
“ฟินันเซีย” แนะซื้อ WHAUP คาดกำไรปี 69–70 ฟื้นแรง รับแผนขยายกำลังผลิต–ดาต้าเซ็นเตอร์
“ฟินันเซีย ไซรัส” ประเมินผลประกอบการ WHAUP มีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนในปี 69–70 จากการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า การขยายธุรกิจสาธารณูปโภค และอานิสงส์โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท
ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS แนะนำหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP โดยประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 46.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตเมื่อเทียบปีต่อปีมีปัจจัยหลักจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้า IPP GHECO-1 ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่การชะลอตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อนสะท้อนผลการดำเนินงานของธุรกิจจำหน่ายน้ำและไฟฟ้าที่อ่อนตัวลง
โดยฝ่ายวิจัยระบุว่า รายได้จากธุรกิจน้ำในไตรมาส 4 ปี 2568 มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อน จากรายได้ Excessive Charge ที่คาดว่าจะอยู่เพียง 40 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 272 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2568 ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการน้ำ Song Duong ในประเทศเวียดนามมีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามปริมาณการใช้น้ำที่ลดลงตามฤดูกาลในพื้นที่ให้บริการ
สำหรับธุรกิจไฟฟ้า คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า IPP GHECO-1 จะกลับมาเป็นขาดทุนเล็กน้อย จากผลกระทบของต้นทุนถ่านหินคงคลังที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP มีแนวโน้มแคบลง เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติปรับลดลงช้ากว่าการปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคาดว่าจะทรงตัว นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 20 ล้านบาท จากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
ทั้งนี้ ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า WHAUP อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ จากการที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายรายได้เข้าซื้อที่ดินภายในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA เพื่อพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งบางโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้ว ขณะที่ยังมีบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติอีกหลายรายอยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ โดยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนสูง และมีความต้องการใช้น้ำดิบและน้ำอุตสาหกรรมมากกว่าโรงงานทั่วไปประมาณ 10 เท่า ควบคู่กับความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงมาก ส่งผลให้ WHAUP เป็นผู้ให้บริการสาธารณูปโภคแบบครบวงจรหลักภายในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA และได้รับประโยชน์จากการเติบโตในระยะยาวทั้งด้านไฟฟ้าและน้ำ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรไตรมาส 4 ปี 2568 จะออกมาต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า จากรายได้ Excessive Charge ที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้มีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ลงเหลือ 1.1 พันล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการเดิมราว 5% อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2569 ยังคงคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 38.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปี 2570 เติบโตต่ออีก 14.5% จากการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 100 เมกะวัตต์ จากกลุ่ม Saha Farm ส่งผลให้กำลังการผลิตติดตั้งรวมเพิ่มเป็น 1.1 กิกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังประเมินว่ารายได้ Excessive Charge จะอยู่ในระดับสูง จากการเริ่มก่อสร้างโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ภายในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA
ฝ่ายวิเคราะห์จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น WHAUP โดยให้ราคาเป้าหมาย 5.20 บาทต่อหุ้น อิงวิธีประเมินมูลค่าแบบ Sum of the Parts (SoTP) โดยมองว่าการเติบโตในระยะกลางยังแข็งแกร่ง จากการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมในกลุ่ม WHA และโอกาสจากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์และดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต