“ศุภจี” วางหมากหลายขั้ว ใช้อาเซียน–DEFA ดันการค้าไทยสู่ห่วงโซ่โลก

รมว.พาณิชย์ ระบุการค้าโลกเปลี่ยนสู่โลกหลายขั้ว ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรง ชี้ไทยต้องยึดอาเซียนเป็นฐาน ใช้บทบาทประธานการเจรจาเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน เดินหน้า DEFA เสริมแต้มต่อการค้าและการลงทุนในห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ม.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก” ณ ห้อง LUMPHINI GRAND HALL ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน

นางศุภจี ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำ ไม่ถึงร้อยละ 2 และต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยคือการส่งออก ซึ่งในปีที่ผ่านมาเติบโตสูงจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา จากความกังวลด้านมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) อย่างไรก็ตาม ในปีนี้การส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัว และมีความเสี่ยงใกล้ระดับศูนย์หรือหดตัว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปัจจุบันมีมูลค่ารวม 1.3 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) 9.8 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในประเทศภายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 480,000 ล้านบาท ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เนื่องจากงบประมาณภาครัฐมีข้อจำกัด ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาตและกฎระเบียบผ่านระบบ fast pass เพื่อเปลี่ยนคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้เกิดการลงทุนจริงอย่างเป็นรูปธรรม

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริบทการค้าโลกเปลี่ยนจากโลกสองขั้วไปสู่โลกหลายขั้ว (Multipolar World) ที่มีการแข่งขันและความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดตำแหน่งของตนเองอย่างรอบคอบ โดยนานาชาติมองว่า เอเชียเป็นโอกาส และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจในการสร้างความร่วมมือมากขึ้น

ในเชิงยุทธศาสตร์ภูมิภาค ไทยต้องเสริมความเข้มแข็งของอาเซียน ใช้ขนาดตลาดและจำนวนประชากรเป็นพลังต่อรอง ควบคู่กับการใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางของภูมิภาค รวมถึงบทบาทของไทยในฐานะประธานการเจรจาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เพื่อผลักดันกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ซึ่งตั้งเป้ายกระดับมูลค่าการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลของอาเซียนจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังเน้นถึงความจำเป็นในการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้พัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill–Reskill) และเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ พร้อมระบุว่า AI จะไม่เข้ามาแทนที่แรงงาน แต่แรงงานที่สามารถใช้ AI ได้ จะมีความได้เปรียบเหนือแรงงานที่ไม่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว

สำหรับนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ จะมุ่งดำเนินการ 6 ด้านหลัก ได้แก่

  1. ขยายตลาดใหม่และใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างเต็มที่
  2. เร่งสรุปการเจรจา FTA และปรับปรุง FTA ที่มีอยู่ 14 ฉบับให้มีความทันสมัย
  3. ปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการค้าที่ไม่เป็นธรรมด้วยมาตรการทางการค้า
  4. ร่วมแก้ไขปัญหาเมื่อถูกไต่สวนทางการค้า
  5. รักษาผลประโยชน์อุตสาหกรรมไทยและส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ
  6. ปิดช่องว่างปัญหาสินค้านำเข้าทะลักและยกระดับมาตรฐานสินค้า

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการปราบปรามธุรกิจอำพรางและนอมินี โดยนำ AI มาเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงให้ความสำคัญกับการค้าอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว และการสร้างความร่วมมือทางการค้าในลักษณะห่วงโซ่อุปทานที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน

นางศุภจี ยังกล่าวตอนหนึ่งว่า การค้าในโลกยุคใหม่ต้องมองเป็นเครือข่ายหลายมิติ และเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีคุณค่า เพื่อให้ไทยมีบทบาทมากกว่าการเป็นผู้ตามในเวทีการค้าโลก

ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การค้าไทยในวันที่โลกเปลี่ยนเกม : พลิกวิกฤตเป็นแต้มต่อ คว้าชัยในสมรภูมิการค้าโลก” โดยนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร

ขณะที่ช่วงบ่ายเป็นการสัมมนาเชิงเทคนิคหัวข้อ “The Game Changer : ติดอาวุธเทคนิค แก้เกมมาตรการการค้า พลิกกฎเกณฑ์เป็นแต้มต่อเหนือคู่แข่ง” จากผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าและกฎระเบียบการนำเข้า–ส่งออกของสหรัฐอเมริกาและอินเดีย พร้อมจัดคลินิกให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของกรมการค้าต่างประเทศ

Back to top button