“ทองคำโลก” ทะลุ 5,300 เหรียญ “ออลไทม์ไฮ” รับดอลลาร์อ่อนค่า

“ราคาทองคำโลก” ทะลุ 5,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำออลไทม์ไฮ รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่า และแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด และคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ม.ค. 69) ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ทะลุระดับ 5,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดย ณ เวลา 19:23 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำสปอตปรับเพิ่มขึ้น 182.74 ดอลลาร์ หรือ 3.58% มาอยู่ที่ระดับ 5,267.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 5,311.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ขณะที่สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปรับเพิ่มขึ้น 170.60 ดอลลาร์ หรือ 3.36% ปิดที่ระดับ 5,253.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์

หลินห์ ตรัน นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก XS.com ระบุว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากความวิตกกังวลในตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นต่อนโยบายการเงินและการคลังทั่วโลก ซึ่งเริ่มมีท่าทีระมัดระวังมากขึ้น

ทั้งนี้ ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่แสดงความกังวลต่อการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเปิดเผยว่า จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมแสดงความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลดลงเมื่อประธานเฟดคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง

นิติช ชาห์ นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก WisdomTree กล่าวว่า ตลาดคาดการณ์ว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนใหม่ มีแนวโน้มจะสนองตอบต่อข้อเรียกร้องในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของประธานาธิบดีทรัมป์มากกว่านายเจอโรม พาวเวล ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 หลังจากพุ่งขึ้นถึง 64% ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2522 ส่งผลให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นเหนือหุ้น บิตคอยน์ น้ำมัน และดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก รวมถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของเฟด การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ แนวโน้มลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ และการไหลเข้าของเงินลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ

ทั้งนี้ สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เช่น ทองคำ มักปรับตัวได้ดีในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยนักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2569

Back to top button