
สภา กทม. เคาะงบเพิ่ม 4 พันล้านบาท เคลียร์หนี้ค่าเดินรถสายสีเขียว
สภา กทม. มีมติอนุมัติงบรายจ่ายเพิ่มเติม 4,009.14 ล้านบาท จ่ายหนี้ค่าเดินรถสายสีเขียว หลังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ฝ่ายบริหารย้ำไม่ขึ้นค่าโดยสาร เพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์ควบคู่ผลักดันโอนภาระให้รัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ม.ค.69) สภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบ ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงินไม่เกิน 4,009,144,300 บาท เพื่อใช้ ชำระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 จำนวน 859,184,500 บาท และ ส่วนต่อขยายที่ 2 จำนวน 3,149,959,800 บาท ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับไว้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี และคำพิพากษามีขึ้นภายหลังการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 แล้ว
ฝ่ายบริหารกทม. ชี้แจงว่า งบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าวมีความจำเป็น เพื่อรองรับภาระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 เนื่องจากงบกลางคงเหลือไม่เพียงพอ หากไม่เร่งชำระจะทำให้กทม. ต้องรับภาระดอกเบี้ยในอัตราสูง และเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
ระหว่างการอภิปราย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้ตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบต่อฐานะเงินสะสมของกทม. โดยเกรงว่าการนำเงินสะสมมาใช้ในวงเงินสูงอาจทำให้เงินสำรองลดลง และเพิ่มความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยจากการเบิกจ่ายล่าช้า
ฝ่ายบริหารชี้แจงว่า ปัจจุบันกทม. มีเงินสะสมอยู่ในระบบธนาคารจำนวน 25,578.07 ล้านบาท และมีเงินภาระผูกพันจำนวน 1,891.21 ล้านบาท โดยได้กันเงินสะสมปลอดภาระหนี้ไว้แล้วประมาณ 6,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามหลักวินัยการคลัง และยืนยันว่าการใช้งบประมาณเพิ่มเติมครั้งนี้ไม่กระทบเสถียรภาพทางการเงินของกรุงเทพมหานครในภาพรวม
ในด้านโครงสร้างรายได้ มีการชี้แจงตัวอย่างข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 มีค่าจ้างเดินรถ 224 ล้านบาท มีรายรับจากค่าโดยสาร 132 ล้านบาท ต้องใช้งบประมาณสนับสนุน 92 ล้านบาท ขณะที่ ส่วนต่อขยายที่ 2 มีรายจ่าย 512 ล้านบาท มีรายรับ 170 ล้านบาท ต้องใช้งบประมาณสนับสนุน 341 ล้านบาท
แม้ส่วนต่อขยายที่ 2 จะมีการปรับค่าโดยสารตามระยะทาง ส่งผลให้รายรับเพิ่มขึ้นประมาณ 100 ล้านบาทต่อเดือน แต่ยังต่ำกว่ารายจ่าย ทำให้กทม. ยังต้องใช้งบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารย้ำว่า แนวทางแก้ไขปัญหาไม่ได้มุ่งไปที่การปรับขึ้นค่าโดยสารเพิ่มเติม หลังจากที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นแล้ว 2 ครั้ง เนื่องจากอาจเป็นภาระต่อประชาชนและกระทบต่อปริมาณผู้โดยสาร โดยเตรียมเดินหน้าเพิ่มรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีรถไฟฟ้า ทั้งพื้นที่โฆษณาและการจำหน่ายสินค้า เพื่อนำรายได้มาชดเชยต้นทุนการเดินรถ
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนระยะยาวในการผลักดันโอนถ่ายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายให้รัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาและเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อลดภาระงบประมาณของกทม. ในอนาคต
ที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมดังกล่าว และแต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ จำนวน 21 ราย กำหนดเวลาแปรญัตติ 2 วันไม่ทำการ และกรอบเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการ
