
LINE BK เดินเกมรุกปี 69 ตอกย้ำบทบาท Everyday Financial Partner เสริมความมั่นใจการเงิน
LINE BK เดินหน้าขับเคลื่อนแผนธุรกิจปี 2569 ต่อยอดบทบาท “Everyday Financial Partner” บน LINE ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน เผยฐานลูกค้ากว่า 8.4 ล้านราย พร้อมพัฒนาบริการหลัก 3 ด้าน ธุรกรรมการเงิน สินเชื่อ และประกัน ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นใจทางการเงินให้ผู้ใช้บริการ
ธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่า “LINE BK มุ่งพัฒนาบริการทางการเงินเพื่ออยู่เคียงข้างคนไทยในบทบาท ‘Everyday Financial Partner’ โดยตั้งเป้าทำให้การจัดการเรื่องเงินสะดวกขึ้น ผ่านการรวมบริการทางการเงินที่จำเป็นไว้บน LINE ในที่เดียว ด้วยจุดแข็งสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ (1) ความแข็งแกร่งของ LINE ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน (2) ความเชี่ยวชาญด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงจากธนาคารกสิกรไทย (3) การใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ทั้งสะดวกและปลอดภัย ภายใต้การดำเนินงานอย่างรอบคอบ”
โดยในปี 2568 LINE BK มีฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ 8.4 ล้านราย เติบโตขึ้นประมาณ 14% จากปีก่อนหน้า และยังคงขยายตัวทุกกลุ่มบริการ โดยด้านธุรกิจสินเชื่อมีลูกค้าสินเชื่อประมาณ 9 แสนราย เพิ่มขึ้นประมาณ 20% และมียอดสินเชื่อคงค้างรวมกว่า 27,000 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันยังคงเติบโตต่อเนื่อง มียอดเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (AFYP) เพิ่มขึ้น 30% ในแง่ของผลประกอบการ รายได้รวมเติบโตขึ้น 35% ในขณะที่บริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตามเป้าหมาย ประกอบกับคุณภาพของพอร์ทที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ สะท้อนถึงความแข็งแรงของโมเดลธุรกิจ และความสามารถในการขยายบริการทางการเงินให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ซึ่งช่วยยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าต่อยอดบทบาท “Everyday Financial Partner” อย่างต่อเนื่อง
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง จากการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มองว่า GDP จะโตต่ำเพียง 1.5% อาจส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้จำกัด ขณะที่ภาคธุรกิจมีแนวโน้มชะลอการลงทุนและจ้างงาน เพื่อรอดูความชัดเจนของนโยบายหลังการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อาทิ เงินบาทที่แข็งค่ากระทบส่งออกและท่องเที่ยว รวมถึงแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้าและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งและซ้ำเติมโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้ต้องรับมือกับบททดสอบรอบด้าน
เพื่อเคียงข้างลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจที่มีข้อจำกัด LINE BK จึงเดินหน้ายกระดับบริการทางการเงินให้เป็นทางเลือกที่พึ่งพาได้ ทั้งการเข้าถึงแหล่งทุนยามฉุกเฉินและเครื่องมือจัดการเงินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นความคล่องตัวที่มั่นคง ผ่าน 3 กลุ่มบริการหลัก ดังนี้
- ด้านธุรกรรมการเงิน ยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ “ง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้น” เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้เงินในชีวิตประจำวัน พร้อมเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวันเป็นระบบและสะดวกยิ่งขึ้น
- ด้านบริการสินเชื่อ* มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเหมาะสมภายใต้หลักการ Responsible Lending ของธนาคารแห่งประเทศไทย ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตร อาทิ Lalamove, Rabbit Care และ LINE MAN Wongnai เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเงินให้แก่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและฐานลูกค้าของพาร์ทเนอร์ พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน Financial Inclusion ผ่านการพัฒนาระบบคัดกรองและประเมินความเสี่ยง (Credit Scoring) ให้มีความแม่นยำมากขึ้น เพื่อคัดเลือกกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม ส่งผลให้การอนุมัติสินเชื่อสามารถขยายการเข้าถึงได้ในวงกว้างขึ้น โดยยังคงรักษาคุณภาพพอร์ตและการกำหนดวงเงินให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล
- ด้านบริการนายหน้าประกัน** พัฒนาบริการภายใต้แนวคิด “ซื้อง่าย จ่ายเบา จบใน LINE” เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิดในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน พร้อมแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากขึ้น ในราคาเข้าถึงได้ และเลือกซื้อได้ด้วยตัวเองใน LINE
ธนา กล่าวปิดท้ายว่า “ปี 2569 LINE BK จะเดินหน้าต่อยอดการเติบโต โดยมุ่งขยายฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์ม LINE ที่ผู้คนใช้งานในชีวิตประจำวัน และเป็นจุดแข็งสำคัญของ LINE BK ในการทำให้บริการการเงินเข้าถึงง่ายและใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตรา 10–15% ต่อปี ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างคาดว่าจะเติบโตในระดับ 20–30% ภายในสิ้นปีนี้ โดยยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาอัตราหนี้เสีย (NPL) ไม่ให้เกินที่ 3% รวมถึงเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อเพิ่มความคุ้มครองที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้โดยภาพรวมบริษัทจะยังคงควบคุมการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในเชิงบวกอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับบทบาทของ LINE BK ในการเป็นแพลตฟอร์มการเงินที่เติบโตไปพร้อมผู้ใช้ในระยะยาว”
