“ทิสโก้” เชียร์ซื้อ 4 หุ้นอาหาร รับดีมานด์พุ่ง-ต้นทุนต่ำ ชู CPF เด่นสุด

บล.ทิสโก้ ชี้กลุ่มอาหารสดใส ดีมานด์ไก่-หมูโลกฟื้น ต้นทุนอาหารสัตว์ลดฮวบ หนุนกำไรปี 68 พุ่ง 56% แม้ Q4/67 แผ่ว ชู CPF เป็น Top Pick รับพอร์ตตปท.โตแกร่ง แนะ “ซื้อ” BTG-GFPT-FM ส่วน TFG แนะ “ถือ” รับปันผล


บล.ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยในบทวิเคราะห์ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมอาหาร โดยระบุว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมไก่โลกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากความต้องการบริโภคโปรตีนราคาประหยัดในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้การผลิตและการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 2% และ 3% ตามลำดับ

โดยมีประเทศจีน บราซิล สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก สำหรับประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากการผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.7% และการส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น อังกฤษ และยุโรป โดยเฉพาะสินค้า “ไก่แปรรูป” ที่มีความผันผวนด้านราคาน้อยกว่าและให้อัตรากำไร (Margin) ที่สูงกว่าไก่สด

ขณะที่สถานการณ์สุกรโลกเริ่มมีความสมดุลมากขึ้น โดยผลผลิตทรงตัวที่ระดับ 117.2 ล้านตัน และการส่งออกลดลงเล็กน้อยที่ 0.8% จากแรงกดดันในยุโรป ทำให้ทิศทางราคามีแนวโน้มทรงตัวถึงฟื้นตัว สำหรับประเทศไทยมุ่งเน้นการควบคุมปริมาณแม่พันธุ์และซัพพลายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ประกอบกับปัจจัยบวกด้าน “ต้นทุนอาหารสัตว์” ที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ จากอุปทานกากถั่วเหลืองโลกที่ผ่อนคลาย และการเปิดโควตานำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน (ภาษี 0%) ช่วยลดต้นทุนการผลิตและหนุนกำไรของผู้ประกอบการ

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการกลุ่มอาหารในงวดไตรมาส 4/2568 (4Q25F) คาดว่าจะอ่อนตัวลง โดยกำไรเฉลี่ยของกลุ่มอาจลดลง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และลดลง 45% จากไตรมาสก่อน (QoQ) สาเหตุจากราคาปศุสัตว์ในไทย เวียดนาม และจีน ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดของปี

รวมถึงผลกระทบจากเทศกาลกินเจ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน วันหยุดยาว และสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม แม้กำไรรายไตรมาสจะลดลง แต่บริษัทอย่าง BTG, TFG และ GFPT ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบรายปี (YoY) โดยภาพรวมปี 2568 (2025F) คาดว่ากำไรของกลุ่มจะกระโดดขึ้นถึง 56% YoY จากปัจจัยหนุนด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง

ฝ่ายวิเคราะห์เลือก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ของกลุ่ม เนื่องด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีสัดส่วนในต่างประเทศสูง ซึ่งเศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตดีกว่าในประเทศ โดยเฉพาะการฟื้นตัวที่ชัดเจนของธุรกิจสุกรในเวียดนามที่ผ่านจุดต่ำสุดและกำลังกลับมาเติบโต ส่งผลให้ราคาและกำไรแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับราคาปศุสัตว์ในภูมิภาคที่ทยอยปรับขึ้น

นอกจากนี้ ยังคงคำแนะนำ ซื้อ” สำหรับ BTG, GFPT และ FM จากศักยภาพการฟื้นตัวของยอดขาย การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และอัตรากำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 ส่วนทางด้าน TFG แม้พื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่งและมีปันผลเด่น แต่ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนมูลค่าไปแล้วและไม่มีอัปไซด์ ประกอบกับประเด็นการหลุดจากดัชนี SET ESG จึงแนะนำเพียง ถือ” เพื่อรับเงินปันผล (Dividend) เป็นหลัก

Back to top button