“กัณฑรา” มอง SET ปรับฐานระยะสั้น แนะดักเก็บหุ้นพื้นฐานดี ชู MTC-GLUF

นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา มองการอ่อนตัวของตลาดหุ้นไทยเป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้นเพื่อลดความร้อนแรง หลังดัชนีทะลุแนวต้านสำคัญ ชี้กระแสเงินลงทุนยังมีโอกาสไหลเข้า แนะจับตาหุ้น MTC และ GULF พื้นฐานดี


นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “เจาะตลาดข่าวหุ้น” (30 ม.ค. 69) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า การอ่อนตัวของดัชนีในช่วง 1–2 วันที่ผ่านมา เป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้นเพื่อสะสมแรงส่งในการไปต่อ หลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นแรงจนสามารถทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,300-1,320 จุด ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้

โดยการย่อตัวครั้งนี้ มองว่าเป็นการลดความร้อนแรงของตลาดลงชั่วคราว เพื่อให้ดัชนีมีแรงส่งหรือมีช่องว่างในการปรับตัวขึ้นต่อได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น โดยประเมินว่าโอกาสที่หุ้นไทยจะเดินหน้าต่อยังคงมีอยู่สูง จากแรงหนุนของเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาบ้างเป็นระยะก็ตาม

นายกัณฑราระบุว่า หุ้นกลุ่มที่จะเป็นหัวหอกสำคัญในการนำดัชนีเดินหน้าต่อยังคงเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนต่างชาติและกองทุน โดยคาดว่าจะเห็นกลยุทธ์การหมุนกลุ่มลงทุน (Rotation) จากหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว ไปยังหุ้นกลุ่ม “แถวสอง” ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งแต่ราคายังปรับขึ้นไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

สำหรับหุ้นเด่นแนะนำ ได้แก่ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ซึ่งมองว่าปัจจัยพื้นฐานยังอยู่ในระดับสูงที่ 59 บาท ขณะที่ราคาหุ้นในอดีตเคยลงไปต่ำกว่าระดับ 30 บาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ปัจจุบันจึงเริ่มเห็นการฟื้นตัวเพื่อสะท้อนภาพรวมธุรกิจที่ดีขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง

ขณะเดียวกันยังแนะนำ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF โดยระบุว่าเป็นหุ้นบิ๊กแคปที่ราคายังต่ำกว่าพื้นฐานซึ่งอยู่ที่ 59 บาทเช่นกัน หลังจากราคาเคยลงไปทดสอบบริเวณ 40 บาท ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวผ่านแนวต้านสำคัญ ซึ่ง GULF จะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ช่วยพยุงและผลักดันดัชนีในระยะถัดไปได้ดี

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ แม้ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจสร้างความผันผวนชั่วคราว แต่เชื่อว่าตลาดได้รับรู้ความเสี่ยงดังกล่าวไปมากแล้ว นักลงทุนจึงสามารถใช้จังหวะที่ดัชนีปรับฐานเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ราคายังไม่แพง

ทั้งนี้ ปัจจัยการเมืองในประเทศ นายกัณฑรามองว่าตลาดเริ่มรับรู้ทิศทางแล้ว โดยคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีพรรคใดชนะแบบแลนด์สไลด์ และจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วและมีเสถียรภาพ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนสถาบันและดึงดูด Fund Flow ให้ไหลกลับเข้ามา ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้ดัชนีสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ตามเป้าหมาย

Back to top button