
CIVIL เซ็น 2 สัญญางานใหม่ มูลค่า 1.42 พันล้านบาท ก่อสร้างทางหลวงพิเศษ
CIVIL เซ็นสัญญาก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ช่วงบางบัวทอง–ลาดหลุมแก้ว กับกรมทางหลวง รวม 2 สัญญา มูลค่า 1,421.40 ล้านบาท เตรียมทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 ตอกย้ำศักยภาพงานก่อสร้างคุณภาพ สร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL ผู้นำบริษัทก่อสร้างครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทเซ็นสัญญาก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 จากกรมทางหลวง จำนวน 2 สัญญา มูลค่ารวม 1,421.40 ล้านบาท ประกอบด้วย
งานก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง – บางปะอิน ส่วนที่ 1 บางบัวทอง – ลาดหลุมแก้ว ในส่วนของงานโยธา ตอน 2 ระหว่าง กม.54+200.000 – กม. 56+375.000 ระยะทางประมาณ 2.175 กิโลเมตร มูลค่า 731,750,000.00 บาท
และ งานก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง – บางปะอิน ส่วนที่ 1 บางบัวทอง – ลาดหลุมแก้ว ในส่วนของงานโยธา ตอน 3 ระหว่าง กม.56+375.000 – กม. 57+625.000 ระยะทางประมาณ 1.250 กิโลเมตร มูลค่างาน 689,650,000.00 บาท
ทั้ง 2 โครงการลงนามสัญญาวันที่ 30 ม.ค. 69 ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ 1,080 วัน ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. 69 – 14 ม.ค. 72 เป็นการลงนามสัญญาระหว่าง บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) และ สำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเข้าพื้นที่เพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 1/69 เป็นต้นไป
การรับงานโครงการใหม่ทั้ง 2 สัญญา สะท้อนถึงศักยภาพของ CIVIL ในการดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงความเชื่อมั่นที่หน่วยงานภาครัฐมีต่อบริษัทอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากความสามารถในการบริหารจัดการโครงการอย่างเป็นระบบ บริษัทเชื่อว่าจะส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ภายใต้กรอบเวลาที่วางไว้ สามารถสร้างรายได้และต่อยอดการเติบโตในระยะยาว
สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการเร่งด่วนภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด โดยมุ่งพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ทางยกระดับสายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ช่วงบางขุนเทียน–บางบัวทอง เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อนำความรู้และความเชี่ยวชาญมาบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการ เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งระหว่างภูมิภาคอย่างรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม

