
“ทองคำโลก” ทรุดหนัก นักลงทุนเร่ง “Deleverage” กดดันตลาดการเงินโลก
ราคาทองคำโลกปรับฐานแรง หลังพุ่งทำสถิติสูงสุดจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรและกระบวนการ Deleverage ที่กดดันตลาดการเงินทั่วโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยราคาทองคำ Gold Spot เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ เกือบแตะระดับ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาทองคำเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนัก ประกอบกับแรงกดดันจากปัจจัยทางเทคนิค ส่งผลให้ราคาปรับฐานลงอย่างรุนแรง
ล่าสุด ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15:08 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำ Gold Spot เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 4,603.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ลดลง 261.91 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นการปรับตัวลงร้อยละ 5.38 จากระดับก่อนหน้า
การปรับตัวลงดังกล่าวถือว่ามีความรุนแรงและส่งผลกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลกอย่างชัดเจน โดยราคาทองคำในตลาดสปอตร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายวันจันทร์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงภาวะความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นในระบบการเงิน
ทั้งนี้ การปรับฐานของราคาทองคำไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านราคาและเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงกระบวนการ “Deleverage” หรือการลดการใช้เลเวอเรจในการลงทุน ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในตลาดการเงินโลก
กระบวนการ Deleverage หมายถึงการที่นักลงทุนและสถาบันการเงินเร่งขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินสดไปลดภาระหนี้ หรือปรับลดสถานะการลงทุนที่ใช้เงินกู้ หลังจากตลาดเผชิญความผันผวนในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้นเกินกว่าระดับที่กำหนดไว้
สำหรับทองคำ แม้จะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้า ทำให้นักลงทุนบางส่วนใช้เลเวอเรจในระดับสูง เมื่อราคาทองคำเริ่มปรับฐานลงอย่างหนัก จึงเกิดแรงกดดันให้ต้องขายทองคำออกมา เพื่อนำเงินสดไปชำระมาร์จิ้น ลดภาระหนี้ หรือควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวม
นอกจากนี้ กระบวนการ Deleverage ยังมักส่งผลให้เกิดแรงขายพร้อมกันในหลายสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร สินทรัพย์ดิจิทัล หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากนักลงทุนต้องเร่งเพิ่มสภาพคล่องภายในระยะเวลาจำกัด ส่งผลให้ความผันผวนในตลาดการเงินทวีความรุนแรงขึ้นในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน การลดเลเวอเรจยังเชื่อมโยงกับกลยุทธ์การ “รีบาลานซ์พอร์ต” (Rebalancing) โดยนักลงทุนจะปรับสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ให้กลับสู่ระดับความเสี่ยงที่สอดคล้องกับเป้าหมายเดิม หลังจากราคาสินทรัพย์บางประเภทปรับตัวผันผวนเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งในหลายกรณี ทองคำที่มีสภาพคล่องสูงจึงถูกนำมาขายเพื่อนำเงินไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโดยรวม
อย่างไรก็ตาม การเกิด Deleverage ในรอบนี้ไม่ได้สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อทองคำในระยะยาวโดยตรง แต่เป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากทิศทางเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
ในระยะถัดไป ทิศทางราคาทองคำจะขึ้นอยู่กับระดับสภาพคล่องในระบบการเงินโลก หากแรง Deleverage เริ่มคลี่คลายและความผันผวนของตลาดลดลง ราคาทองคำอาจกลับเข้าสู่ภาวะทรงตัวหรือฟื้นตัวได้ แต่หากกระบวนการลดเลเวอเรจยังดำเนินต่อเนื่อง ตลาดทองคำอาจยังเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ยังคงอยู่ในตลาดการเงินโลก และรักษาเสถียรภาพของการลงทุนในระยะยาว

