ธปท.ชี้้ศก.ไทย H2/59 รับผลดีร่างรธน. คาดเงินทุนไหลเข้า-บาทแข็งระยะสั้น

ธปท.ชี้้ศก.ไทย H2/59 รับผลดีร่างรธน. คาดเงินทุนไหลเข้า-บาทแข็งระยะสั้น


นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า การที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติไปได้ด้วยดีจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เพราะทิศทางของประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งดัชนีตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้พุ่งแรงเป็นการสะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุนหลังจากปัจจัยความไม่นอนทางการเมืองหมดไป และคาดว่าจะมีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ อาจส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าในระยะสั้น

โดยผลสำคัญต่อประเด็นด้านเศรษฐกิจคือ ทำให้ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองหมดไป ซึ่งในจุดนี้จะส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง และทำให้การลงทุนของภาคเอกชนต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศที่เคยมีความกังวลในเรื่องความไม่แน่นอนในเรื่องโรดแมพของประเทศในการกลับเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตยก็จะหมดไป

“เมื่อมีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องของกำหนดการเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญจะทำให้ความไม่แน่นอนในส่วนนี้หายไป ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้” นายวิรไท กล่าว

แต่ก็ยอมรับว่า ผลการลงประชามติที่มีความแตกต่างกันในบางภูมิภาค เช่น ภาคอีสาน และจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังเป็นการสะท้อนมุมมองปัญหาของประชาชนและสะท้อนความขัดแย้งที่ยังมีอยู่บ้างในสังคมไทย แต่เรื่องนี้มองว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่นักลงทุนเองต่างทราบกันดีอยู่แล้ว

สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยที่เปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวขึ้นแรง หลังรับข่าวผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่า เป็นการสะท้อนความมั่นใจของผู้ลงทุนจากผลประชามติดังกล่าว เพราะความไม่แน่นอนของทิศทางการเมืองไทย โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ และกำหนดเวลาการเลือกตั้งที่เป็นเรื่องสำคัญนั้นได้ถูกยกออกไปแล้ว จึงทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้

อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาปัจจัยอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่สำคัญอีกหลายอย่างด้วย ซึ่งมองว่าจากผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนมากขึ้นนั้น จะทำให้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งตลาดตราสารการเงินของไทยบ้าง ซึ่งอาจจะทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นบางในช่วงสั้นๆ แต่ต้องไม่ลืมว่าปัจจัยภายนอกก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทและค่าเงินในภูมิภาคด้วยเช่นกัน

โดยตอนนี้ที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้นสูงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเช้านี้ดอลลาร์สหรัฐก็ยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในภูมิภาครวมทั้งเงินบาท ดังนั้นจึงไม่ควรชะล่าใจ เพราะปัจจัยภายนอกนับว่ายังมีความสำคัญมากเช่นกัน

Back to top button