“บล.เออีซี”ชี้ SET วันนี้ปรับขึ้นรับคสช.ปลดล็อกการเมือง แนะ 12 หุ้นเด่นเน้น Domestic Play

“บล.เออีซี”ชี้ SET วันนี้ปรับขึ้นรับคสช.ปลดล็อกการเมือง แนะ 12 หุ้นเด่นเน้น Domestic Play 4 กลุ่มหลัก


บล.เออีซี ประเมินดัชนีวันนี้ (12ธ.ค.61) วันนี้ คาด SET Index ปรับขึ้น โดยมีแนวรับ-แนวต้านที่ 1,625 และ 1,647 จุด ตามลำดับ ด้วยแรงหนุนหลังคสช.ปลดล็อกให้ ปชช.และนักการเมืองทำกิจกรรมการเมืองได้

โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อ SET Index จนถึงสิ้นปีนี้ โดยประเมินกรอบแนวรับ-แนวต้านที่ 1,622-1,707 จุด (Fwd PE Valuation 15.1x-15.9x) หนุนด้วยการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือน ก.พ.62 ที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้น บวกกับข้อมูลสถิติ พบว่า SET Index เดือน ธ.ค. 7 ใน 10 ปีย้อนหลัง ปรับตัวขึ้นราว 5% จากเงินลงทุน LTF ของนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ปัจจัยลบจากต่างประเทศเริ่มมีผลต่อตลาดหุ้นไทยลดลง จึงแนะนำหุ้น Overweight ในหุ้น Domestic Play 4 กลุ่มหลักในการลงทุนในปลายปีนี้และต้นปีหน้า ที่คาดได้อานิสงส์จากมาตรการต่างๆจากภาครัฐ บวกกับคาดผลการดำเนินงานเติบโตดีในปีนี้ ได้แก่

1.กลุ่มOut of Home Mediaซึ่งมีฐานต่ำในปีก่อน จากได้รับผลกระทบจากการขึ้นป้ายไว้อาลัยบวกกับคาดเม็ดเงินโฆษณามีทิศทางสดใสขึ้นรับผลบวกในช่วงก่อนเลือกตั้ง แนะนำ PLANB (แผนขยายMedia Capacity 15-20%YoY และสร้างจุดเด่นด้วยEngagement Marketing), VGI (รับรู้รายได้ป้ายโฆษณาบนสถานีBTS ที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายใหม่บวกกับแรงหนุนจากSynergy ในกลุ่มธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น) และ MACO (ปรับปรุงจอโฆษณาจาก Static เป็น Digital ในเชิงรุกมากขึ้นหลังควบรวม Trans Ad. และRoctec รวมทั้งมีรายได้จาก VGM เพิ่มเข้ามาหลังรวมงบ)

2.กลุ่มค้าปลีก มองช่วง 4Q61 กำลังซื้อจะดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้าที่อยู่ในช่วงไว้อาลัยนอกจากนี้ปีหน้ายังมีอานิสงส์บวกจากมาตรการคืนVAT 5% ให้ประชาชนทุกคนที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตผูกบัญชีพร้อมเพย์ ตั้งแต่ 1-15 ก.พ. 62 เพื่อกระตุ้นนโยบาย E-Payment เลือก ROBINS (คาดโตจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพราะเปิดสาขาใหม่ และกลยุทธ์ปรับ Product Mixed มาเน้นขายสินค้าในกลุ่ม Private Brand มากขึ้น) CPN (คาดโตจากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ และการปรับปรุงศูนย์การค้าที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว ควบคู่กับการบริหารต้นทุนการดำเนินงาน โดยปัจจุบัน CPN บริหารจัดการศูนย์การค้า 33 แห่ง มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 1.7 ล้าน ตร.ม. เพิ่มจาก 1.6 ล้าน ตร.ม. ณ สิ้นช่วง 3Q60) และ COL (มีแผนขายสิทธิแฟรนไชส์เพื่อเปิดสาขาได้ราว 3-4 สาขาสำหรับปีนี้ และปีหน้าตั้งเป้าขยายอีก 15-20 สาขาและแผนเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ เจาะลูกค้ากลุ่มโรงแรม ร้านกาแฟ และร้านอาหาร ซึ่งแผนงานนี้จะทำให้บริษัทมีรายการสินค้าเพิ่มเข้ามาอีก 4,000 SKU)

3.กลุ่มรับเหมาก่อสร้างคาดได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือน ก.พ.ปีหน้าซึ่งจะสะท้อนไปที่หลายโครงการภาครัฐที่จะเริ่มดำเนินการต่อบวกกับในช่วงเดือน ธ.ค.61-ก.พ.62 มีโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติและยื่นซองประมูล ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบินและโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส3เป็นต้นแนะนำ CK STEC บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการยื่นซองประมูลโครงการดังกล่าวและมี Backlog 5.5 หมื่น ลบ.และ 1 แสน ลบ.ซึ่งคาดเพียงพอรับรู้รายได้ราว 2-3 ปี, UNIQ บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มี Backlog 3.4หมื่น ลบ. ซึ่งเป็นงานภาครัฐโดนเฉพาะงานรถไฟฟ้า และ SEAFCO บริษัทรับเหมาก่อสร้างเสาเข็มซึ่งได้งานจากทั้งภาครัฐทั้งรถไฟฟ้ารวมถึงงานภาคเอกชนโดยเฉพาะตึกสูงและมี Backlog ในมือราว 2.8 พัน ลบ.คาดเพียงพอต่อการรับรู้รายได้ 1-2 ปีข้างหน้า

4.กลุ่มนิคม มองได้อานิสงค์บวกจากการเลือกตั้งที่มีความคืบหน้าชัดเจนขึ้น คาดหนุนทั้งราคาขายและยอดขายพื้นที่ในเขต EEC โตเด่น แนะนำ AMATA (ปัจจุบันมีพื้นที่รอการขาย 2,777 ไร่ และพื้นที่รอการพัฒนาอีกราว 8,172 ไร่) ,WHA (ปี 62 ตั้งเป้าขายที่ดินในนิคมไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ พร้อมคาดได้รับลูกค้าคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1 แสนตารางเมตร)

Back to top button