สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 28 ต.ค. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 28 ต.ค. 2562


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นกว่า 130 จุดเมื่อคืนนี้ (28 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ส่งสัญญาณว่าจะลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนก่อนการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,090.72 จุด เพิ่มขึ้น 132.66 จุด หรือ +0.49% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,039.42 จุด เพิ่มขึ้น 16.87 จุด หรือ +0.56% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,325.99 จุด เพิ่มขึ้น 82.87 จุด หรือ +1.01%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ต.ค.) ที่ระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 22 เดือน โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์และกลุ่มเหมืองแร่ที่ปรับตัวขึ้นขานรับความหวังที่ว่า สหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ทั้ง 27 ประเทศเห็นชอบเรื่องการขยายระยะเวลาการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ไปเป็นวันที่ 31 มกราคม 2563

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.25% ปิดที่ 398.99 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,730.57 จุด เพิ่มขึ้น 8.42 จุด หรือ +0.15%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,941.71 จุด เพิ่มขึ้น 47.20 จุด หรือ +0.37% และ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,331.28 จุด เพิ่มขึ้น 6.81 จุด หรือ +0.09%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์, กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มอุตสาหกรรม เนื่องจากนักลงทุนขานรับความหวังที่ว่า สหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ทั้ง 27 ประเทศเห็นชอบเรื่องการขยายระยะเวลาการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ไปเป็นวันที่ 31 มกราคม 2563

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,331.28 จุด เพิ่มขึ้น 6.81 จุด หรือ +0.09%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน รวมทั้งรายงานคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 ต.ค.

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 85 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 55.81 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 45 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 61.57 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้สัญญาทองคำปิดตลาดร่วงหลุดจากระดับ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 9.5 ดอลลาร์ หรือ 0.63% ปิดที่ 1,495.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5 เซนต์ หรือ 0.28% ปิดที่ 17.876 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 14.3 ดอลลาร์ หรือ 1.53% ปิดที่ 919 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 35.10 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 1,779.30 ดอลลาร์/ออนซ์

 

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 ต.ค.) หลังจากสหภาพยุโรป (EU) เห็นชอบในเรื่องการขยายระยะเวลาการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ไปเป็นวันที่ 31 ม.ค.ปีหน้า ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ

เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2855 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2829 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1097 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1080 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.6837 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6820 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.01 เยน จากระดับ 108.68 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9948 ฟรังก์ จากระดับ 0.9941 ฟรังก์ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3054 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3061 ดอลลาร์แคนาดา

Back to top button