“คลัง” เตือนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1 ล้านราย เร่งยืนยันสิทธิก่อนหลุดระบบ 21 มิ.ย.นี้

กระทรวงการคลังเตือนผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมกว่า 1 ล้านราย เร่งยืนยันตัวตนภายใน 21 มิ.ย. 2569 ก่อนถูกตัดสิทธิออกจากระบบอัตโนมัติ พร้อมเดินหน้าคัดกรองตามเกณฑ์ 9 ข้อ ชง ครม. ก่อนประกาศรายชื่อ 17 ก.ค.นี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนผู้มีสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569 รอบใหม่ว่า ภาพรวมการดำเนินงานยังเป็นไปตามกำหนดเดิมทุกขั้นตอน หลังเปิดให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เพื่อคัดกรองผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์ออกจากฐานข้อมูลเดิมจำนวน 13.2 ล้านคน และสำรวจกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่แท้จริงให้เข้าสู่ระบบเพื่อรับสิทธิอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ภายหลังการลงทะเบียนรอบใหม่สิ้นสุดในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการคัดกรองคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 9 ข้อทันที โดยจะไม่ใช้เกณฑ์ประเมินเรื่องการลดหย่อนภาษีบิดามารดา พร้อมพิจารณาผลลัพธ์ในแต่ละเกณฑ์ว่ามีจำนวนผู้ถูกคัดกรองออกมากน้อยเพียงใด และสถานะของผู้ถูกคัดกรองเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากพบปัญหาในการคัดกรอง กระทรวงการคลังจะดำเนินการปรับเปลี่ยนเกณฑ์และปรับปรุงข้อมูลให้เรียบร้อย ก่อนรวบรวมผลการคัดกรองที่สมบูรณ์ที่สุดเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบก่อนวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นกำหนดวันประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

สำหรับกรณีผู้มีสิทธิเดิมกว่า 1 ล้านคนที่ยังไม่ได้ดำเนินการยืนยันตัวตน เบื้องต้นกระทรวงการคลังคาดว่ามี 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ การไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร ซึ่งมองว่าเป็นไปได้น้อย และการที่ประชาชนประเมินคุณสมบัติของตนเองแล้วพบว่าอาจไม่เข้าเกณฑ์ จึงตัดสินใจไม่เข้ามาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงเร่งติดตามและเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเข้ามาตรวจสอบข้อมูล หากพ้นกำหนดวันที่ 21 มิถุนายน 2569 จะถูกตัดสิทธิออกจากระบบโดยอัตโนมัติ

ขณะที่กลุ่มประชาชนที่ไม่เคยมีรายชื่อได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิใหม่นั้น รัฐบาลไม่ได้กำหนดเป้าหมายว่าจะต้องมีจำนวนเพิ่มขึ้นเท่าใด โดยปัจจุบันมีผู้เข้ามาดำเนินการแล้วประมาณ 1.5 ล้านราย

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังได้ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มผู้ตกหล่นเชิงรุก และพบกลุ่มผู้เปราะบางเพิ่มเติมจากฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่จำนวน 1.04 ล้านคน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการช่วยให้ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิไม่ตกหล่นจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ส่วนความคืบหน้ามาตรการ “รถเก่าแลกใหม่” นายลวรณระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกรมสรรพสามิตนำเสนอรายละเอียดโครงการรูปแบบใหม่อีกครั้ง

Back to top button