สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 พ.ย. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 พ.ย. 2562


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) โดยดาวโจนส์ และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮอีกครั้ง ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า จีนกำลังเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าบางส่วน เพื่อปูทางไปสู่การลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากดัชนีภาคบริการของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในเดือนต.ค.

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,492.63 จุด เพิ่มขึ้น 30.53 จุด หรือ +0.11% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,434.68 จุด เพิ่มขึ้น 1.48 จุด หรือ +0.02% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,074.62 จุด ลดลง 3.65 จุด หรือ -0.12%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีน

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.20% ปิดที่ 404.23 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,846.89 จุด เพิ่มขึ้น 22.59 จุด หรือ +0.39%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,148.50 จุด เพิ่มขึ้น 12.22 จุด หรือ +0.09% และ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,388.08 จุด เพิ่มขึ้น 18.39 จุด หรือ +0.25%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้นขานรับความหวังที่ว่า สหรัฐและจีนอาจจะลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกในเดือนพ.ย.นี้ นอกจากนี้ การเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนของอังกฤษได้ช่วยหนุนตลาดด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,388.08 จุด เพิ่มขึ้น 18.39 จุด หรือ +0.25%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากความหวังที่ว่าสหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าในไม่ช้า ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 69 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 57.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 83 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 62.96 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนส่งสัญญาณคืบหน้า รวมทั้งรายงานที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งในภาคบริการของสหรัฐ นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีความน่าดึงดูดน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 27.4 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ปิดที่ 1,483.7  ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.ปีนี้ และเป็นการร่วงลงในวันเดียวที่หนักสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ปีนี้

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 49.8 เซนต์ หรือ 2.76% ปิดที่ 17.568 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.  ร่วงลง 8.1 ดอลลาร์ หรือ 0.86% ปิดที่ 930.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ดิ่งลง 6.10 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,746.70 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความหวังที่ว่าสหรัฐและจีนจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรก นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับปัจจัยหนุนจากดัชนีภาคบริการของสหรัฐที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนต.ค.

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.22 เยน จากระดับ 108.63 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9933 ฟรังก์ จากระดับ 0.9880 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3158 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3150 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1063 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1127 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2880 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2879 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6890 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6880 ดอลลาร์สหรัฐ

Back to top button