สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 ธ.ค. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 ธ.ค. 2562


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (13 ธ.ค.) หลังแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐและจีนประกาศข้อตกลงการค้าเฟสแรก ซึ่งได้ช่วยคลายความวิตกในตลาดเกี่ยวกับกำหนดเส้นตายที่สหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,135.38 จุด เพิ่มขึ้น 3.33 จุด หรือ +0.01%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,168.80 จุด เพิ่มขึ้น 0.23 จุด หรือ +0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,734.88 จุด เพิ่มขึ้น 17.56 จุด หรือ +0.20%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (13 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐและจีนประกาศบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกและระงับกำหนดเส้นตายในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ ความชัดเจนมากขึ้นสำหรับกระบวนการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้ช่วยหนุนตลาดด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 1.09% ปิดที่ 412.02 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,919.02 จุด เพิ่มขึ้น 34.76 จุด หรือ +0.59%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,282.72 จุด เพิ่มขึ้น 61.08 จุด หรือ +0.46% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,353.44 จุด เพิ่มขึ้น 79.97 จุด หรือ +1.10%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (13 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่พรรคอนุรักษ์นิยมของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษชนะการเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งทำให้ตลาดมั่นใจมากขึ้นว่า อังกฤษมีแนวโน้มที่จะเดินหน้าแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างเป็นระเบียบ

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐและจีนประกาศบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก และสหรัฐระงับการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนที่กำหนดไว้ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,353.44 จุด เพิ่มขึ้น 79.97 จุด หรือ +1.10%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (13 ธ.ค.) ขานรับข่าวสหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกแล้ว โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความยืนยันว่า สหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน และสหรัฐจะไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่กำหนดไว้ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 60.07  ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 65.22  ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (13 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง และการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่นๆ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 8.9 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 1,481.2 ดอลลาร์/ออนซ์ และตลอดทั้งสัปดาห์นี้ สัญญาทอง บวก 1.1%

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 6.3 เซนต์ หรือ 0.37% ปิดที่ 17.012 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 16 ดอลลาร์ หรือ 1.69% ปิดที่ 928.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 22.60 ดอลลาร์ หรือ 1.2% ปิดที่ 1,891.60 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (13 ธ.ค.) ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น หลังจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศชัยชนะอย่างเป็นทางการในการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษที่จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.26% สู่ระดับ 97.1724

เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3338 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3132 ดอลลาร์ และยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1119 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1111 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลงสู่ระดับ 0.6868 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6898 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 109.31 เยน จากระดับ 109.34 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9838 ฟรังก์ จากระดับ 0.9858 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3186  ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3184 ดอลลาร์แคนาดา

Back to top button