สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 17 ธ.ค. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 17 ธ.ค. 2562


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 ธ.ค.) โดยทั้งดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮ หลังจากสหรัฐเปิดเผยรายงานตัวเลขการสร้างบ้านและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงขานรับข่าวสหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก และเตรียมเจรจาข้อตกลงเฟสที่สอง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,267.16 จุด เพิ่มขึ้น 31.27 จุด หรือ +0.11% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,192.52 จุด เพิ่มขึ้น 1.07 จุด หรือ +0.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,823.36 จุด เพิ่มขึ้น 9.13 จุด หรือ +0.10%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (17 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรหลังจากตลาดบวกขึ้นติดต่อกัน 4 วัน ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษจะดำเนินการอย่างแข็งกร้าวเกี่ยวกับกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด (hard Brexit) และการขาดความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนนั้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลบ 0.68% ปิดที่ 414.92 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,287.83 จุด ลดลง 119.83 จุด หรือ -0.89% และดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,968.26 จุด ลดลง 23.39 จุด หรือ -0.39% ขณะที่ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,525.28 จุด เพิ่มขึ้น 6.23 จุด หรือ +0.08%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน แต่ตลาดปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับกระบวนการแยกตัวแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของอังกฤษออกจากสภาพยุโรป (hard Brexit)

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,525.28 จุด เพิ่มขึ้น 6.23 จุด หรือ +0.08%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนนี้ (17 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะช่วยหนุนอุปสงค์น้ำมันในปีหน้า ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในคืนนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 73 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 60.94 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 66.10 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (17 ธ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนยังคงลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 10 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 1,480.60 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 4.1 เซนต์ หรือ 0.24% ปิดที่ 17.072 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.5 ดอลลาร์ หรือ 0.16% ปิดที่ 929.80 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ร่วงลง 45.00 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 1,918.60 ดอลลาร์/ออนซ์

 

เงินปอนด์อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ธ.ค.) หลังจากสื่อรายงานว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมออกกฎหมายป้องกันไม่ให้มีการขยายเวลาช่วงเปลี่ยนผ่านของอังกฤษหลังจากแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) เกินสิ้นปี 2563 ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าอังกฤษอาจแยกตัวจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit)

ทั้งนี้ เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3119 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3350 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรขยับขึ้นสู่ระดับ 1.1148 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1147 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6849 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6890 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.47 เยน จากระดับ 109.59 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9801 ฟรังก์ จากระดับ 0.9825 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3165 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3155 ดอลลาร์แคนาดา

Back to top button