SUPER ดีดต่อ 6% ลุ้นผลงานปีนี้โตสวนศก. รับดบ.ต่ำ-รายได้ขายไฟเพิ่ม

SUPER ดีดต่อ 6% ลุ้นผลงานปีนี้โตสวนศก. รับดบ.ต่ำ-รายได้ขายไฟเพิ่ม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER ล่าสุด ณ เวลา 10.24 น. อยู่ที่ระดับ 0.86 บาท ปรับตัวขึ้น 0.05 บาท หรือ 6.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 641.87 ล้านบาท

ทั้งนี้ราคาหุ้น SUPER ปรับตัวขึ้นแรงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ โดยก่อนหน้านี้ นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวหุ้นเจาะตลาดทาง Kaohoon TV Online และสถานีวิทยุกระจายเสียง SMM Sport Radio FM 96 MHz ว่า การลงทุนของบริษัทในประเทศเวียดนาม ขณะนี้มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์แล้ว (COD) จำนวน 286 เมกะวัตต์ (MW) มีอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 9.35 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง และกำลังก่อสร้างเพิ่มอีก 550 เมกะวัตต์ โดยจะ COD ในช่วงเดือน ธ.ค. 2563 ซึ่งมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 7.06 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 20 ปี

ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 421 เมกะวัตต์ จำนวน 4 โครงการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะ COD ในช่วงเดือน ต.ค. 2564 แบ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม อยู่ในทะเล 2 โครงการ ขนาด 171 เมกะวัตต์ อัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 9.80 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม บนบก 2 โครงการ ขนาด 250 เมกะวัตต์ อัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 8.50 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ทุกสัญญามีระยะเวลา 20 ปี โดยอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากในทะเลจะดีกว่าบนบก ซึ่งจะมีรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมประมาณ 3,500 ล้านบาท

สำหรับการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 421 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุน 30,000 ล้านบาท จะเป็นการกู้จากธนาคารในสัดส่วน 75% และเป็นเงินลงทุนของบริษัท 25% หรือคิดเป็นประมาณ 7,500 ล้านบาท ซึ่งได้วางเงินลงทุนไปแล้ว 10%  หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท จึงมีส่วนที่เหลืออีกประมาณ 4,500 ล้านบาท ทางผู้รับเหมาก่อสร้าง (EPC) จากประเทศจีนจะลงทุนให้ก่อน หลังจากที่มีการ COD โรงไฟฟ้าแล้ว 6 เดือนก็จะมีรายได้จากค่าไฟฟ้าไปจ่ายคืน

ด้านแหล่งเงินทุน ระบุว่า บริษัทยังมีเงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) และกระแสเงินสด ขณะเดียวกันบริษัทยังได้รับวงเงินสนับสนุนจากสถาบันการเงินเพิ่มเติมด้วย โดยธนาคารที่ปล่อยกู้มาช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจมีทั้งธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิม แบงก์) ธนาคารไอซีบีซี เป็นต้น ซึ่งบริษัทก็ยังสามารถควบคุมให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับเดิม แม้ว่าการขยายธุรกิจจะทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น แต่รายได้ก็เพิ่มขึ้น จึงไม่มีสิ่งใดที่น่ากังวล

ส่วนโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในประเทศไทย ขณะนี้มี 2 โรง ขนาดประมาณ 20 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 48 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการทยอยก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จทุกโครงการภายในระยะ 3 ปี ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือที่จ.นนทบุรี จ.หนองคาย จ.นครศรีธรรมราช และจ.เพชรบุรี โดยบางพื้นที่จะต้องดำเนินการเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย แม้ว่าจะได้สัมปทานขยะมาแล้วก็ตาม ใช้เชื้อเพลิงขยะจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ของแต่ละแห่งที่มีสัญญาสัมปทานขยะแล้ว สำหรับจ.นนทบรี มีสัญญากับอบจ. 20 ปี จ.นครศรีธรรมราช มีสัญญากับอบจ. 20 ปี ส่วนจ.เพชรบุรี มีสัญญากับอบต. 20 ปี เป็นต้น

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 6,800-7,000 ล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนประมาณ 6,214 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรน่าจะดีขึ้น จากดอกเบี้ยที่ลดลง และมีโรงไฟฟ้าจ่ายไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น ส่วนในปี 2564 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และในปี 2565 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 13,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการรับรู้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจากประเทศเวียดนามที่ COD เข้ามาเต็มปี

Back to top button