APURE แรลลี่ 4 วันพุ่ง 38% เดินเกมรุก “ข้าวโพดหวาน” ส่งซิก Q4 ปิดดีลลูกค้าใหม่

APURE วิ่งยาว 4 วันราคาพุ่ง 38% เดินเกมรุก “ข้าวโพดหวาน” ส่งซิก Q4/64 ปิดดีลลูกค้าใหม่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APURE ณ เวลา 10.26 น. อยู่ที่ระดับ 6.40 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 3.23% สูงสุดที่ระดับ 6.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.35 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 201.35 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 4 วันติด นับตั้งแต่ราคาปิดที่ระดับ 4.62 บาท เมื่อวันที่ 15 ก.ค.64 คิดเป็นการปรับตัวขึ้นมา 1.78 บาท หรือ 38%

นายสุเรศพล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการ APURE ผู้ส่งออกข้าวโพดหวานแปรรูปคุณภาพสูง เปิดเผยว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ 3 ปี (64-66) ต่อจากนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30-40% ต่อปี หลังจากที่บริษัทฯได้เข้าไปทำการตลาดในประเทศสหรัฐเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค เนื่องจากรสชาติของข้าวโพดไทยมีเอกลักษณ์และมีความแตกต่าง

ส่งผลให้บริษัทฯได้รับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ใหม่จากวอลมาร์ท (Walmart) ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาสูงถึง 4,400 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี โดยในเบื้องต้นบริษัทฯ ส่งสินค้าดังกล่าวได้จำนวน 1,400 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี ตามกำลังผลิตในปัจจุบัน

โดยประเด็นดังกล่าว ทำให้บริษัทฯจึงมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตในการผลิตข้าวโพดหวานแปรรูปในรูปแบบกระป๋องขนาด 15 ออนซ์ ภายใต้งบลงลทุน 50 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2564 เพื่อที่จะรองรับคำสั่งซื้อที่เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งทำให้บริษัทฯกำลังการผลิตเพิ่มอีก 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี จากปัจจุบันบริษัทฯ กำลังการผลิตอยู่ที่2,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้ในอนาคตจะมีศักยภาพรองรับได้สูงถึง 4,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี

ทั้งนี้ยอมรับว่า หลังจากที่บริษัทฯสามารถเจาะตลาดวอลมาร์ท (Walmart) ที่สหรัฐฯได้ ส่งผลให้ ในปัจจุบันบริษัทฯได้มีโอกาสรับเลือกเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ประกอบการส่งออกข้าวโพดหวานแปรรูป อาทิ ข้าวโพดหวานเมล็ดบรรจุกระป๋อง ข้าวโพดหวานครีมบรรจุกระป๋อง ข้าวโพดหวานบรรจุถุงสุญญากาศ ข้าวโพดฝักอ่อนบรรจุกระป๋อง เพื่อจำหน่ายเพิ่มเติมในวอลมาร์ท (Walmart) ที่มีสาขากระจายอยู่หลายประเทศทั่วโลกในอนาคตอีกด้วย ขณะเดียวกันบริษัทฯยังส่งออเดอร์ให้กลุ่มลูกค้ารายอื่นๆในสหรัฐฯอีกกว่า 400– 500 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปีเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้บริษัทฯยังมีลูกค้ากลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ที่ยังคงมีดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นจากยอดออเดอร์ในปีนี้ ที่มีเข้ามาแล้วกว่า 500 ตู้คอนเทนเนอร์ จากปีก่อนที่ส่งออกไปEU เพียง 40-50 ตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น

“หลังจากบริษัทฯชนะดีการเก็บภาษีทุ่มตลาดส่งผลให้บริษัทฯเสียภาษีนำเข้าสินค้าไปจำหน่ายในยุโรป ลดลงเหลือ 3 % จากเดิมที่ 13 % ซึ่งปัจจุบันบริษัทอื่นๆในประเทศไทยยังคงต้องเสียภาษีนำเข้า 13 %  นั้นหมายความว่า ประสิทธิภาพในการแข่งขันของบริษัทฯสูงขึ้นในการส่งออกตลาดยุโรป ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีการบริโภคข้าวโพดสูง” นายสุเรศพล กล่าว

นายสุเรศพล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯได้มีการปรับกลยุทธ์โครงสร้างทางธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องระยะสัญญาในการซื้อขายและส่งมอบ บริษัทฯได้มีการปรับระยะเวลาการทำสัญญากับลูกค้าเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน จากเดิมที่เป็นสัญญาระยะยาว 2-3 ปี ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการปรับราคาสินค้าตามต้นทุน รวมถึงจัดเป็นการช่วยบริหารต้นทุนการขนส่ง และยังเป็นการป้องกันความผันผวนจากค่าเงิน

“สำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯจะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน ในแต่ระยะเวลาที่แตกต่างกัน ให้มีความเหมาะสมที่กรอบ 30 % 50 % และ 80 % เพื่อที่จะไม่มีผลกระทบจากค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ด้านราคากระป๋องจะทำคำสั่งซื้อกระป๋องล่วงหน้าทันที 100 % ของคำสั่งซื้อที่เข้ามา และวัตถุดิบข้าวโพด บริษัทฯใช้การตกลงกับเกษตรกรในเครือของบริษัท (คอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง) เพื่อให้มีความแน่นอน 100 % เช่นกัน บริษัทฯจึงสามารถบริหารจัดการให้สามารถทำกำไรที่ดีต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา” นายสุเรศพล กล่าว

ทั้งนี้ ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทฯจะมีข่าวดี กรณีการเซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหม่ ซึ่งคาดว่าหากดีลดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทฯสามารถเริ่มทยอยส่งออเดอร์ ได้ในปี2565 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันยังมีแผนเพิ่มเติมในการขยายกำลังการผลิตข้าวโพดกระป๋องขนาด 108 ออนซ์ อีก 1,300 – 1,500 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต1,300 – 1,500 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี ทำให้ในอนาคตบริษัทฯจะมีไลน์ผลิตขนาด 108 ออนซ์อยู่ที่ 2,600 – 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี เนื่องจากดีมานด์ในขนาดดังกล่าว ยังมีความต้องการสูงสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ (B2B)

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังยอดขายโดยรวมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากดีมานด์การสั่งซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ประกอบกับการผลิตของบริษัทฯสามารถผลิตได้ทุกขนาดตามความต้องการของตลาด อาทิ ขนาด 8  ออนซ์  ขนาด12 ออนซ์ ขนาด 15 ออนซ์ ขนาด 75 ออนซ์ และ ขนาด 108 ออนซ์  จากปัจจัยดังกล่าวเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าทั่วโลก

Back to top button