
พรีวิวงบ 4 หุ้นไอที Q1 สดใส รับยอดขายพุ่ง-มาร์จิ้นฟื้น ชู COM7-SIS เด่น
โบรกมองงบ 4 หุ้นไอทีไตรมาส 1/69 สดใส รับยอดขายโต-มาร์จิ้นฟื้น หนุนกำไรปี 69 โตต่อ ชู COM7-SIS เด่น ชู COM7 คาดกำไรปกติไตรมาส 1/69 แตะ 1.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จํากัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ประเมิน แนวโน้มไตรมาส 1/2569 ของ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7, บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE, บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX และบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS โดยจากการอัปเดตล่าสุดกับบริษัททั้ง 4 แห่ง ทุกบริษัทคาดว่ายอดรายได้ในไตรมาส 1/2569 จะยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
โดย COM7, ADVICE และ SYNEX คาดว่ายอดขายจะเติบโตในระดับสองหลักเชิงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ SIS ให้แนวโน้มการเติบโตแบบอนุรักษ์นิยมในระดับตัวเลขหลักเดียวเชิงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนการเติบโตของยอดขายในไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการสมาร์ตโฟนที่แข็งแกร่ง รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องในกลุ่มโซลูชันเชิงพาณิชย์และกลุ่มองค์กร
นอกจากนี้ ทั้ง 4 บริษัทคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าในไตรมาส 1/2569 หนุนจากอัตรากำไรที่ดีขึ้นหลังการปรับขึ้นราคาสินค้ากลุ่มหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล จากปัจจัยดังกล่าว โดยทางฝ่ายวิจัยประเมินเบื้องต้นว่ากำไรปกติในไตรมาส 1/2569 จะเป็นดังนี้
COM7 คาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน, SIS คาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 211 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน, SYNEX คาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ ADVICE คาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
โดยกลุ่มแกดเจ็ตรายงานกำไรปกติรวมไตรมาส 4/2568 ที่ 1.76 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 35% จากไตรมาสก่อนหน้าหนุนจากยอดขายที่สูงขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ที่ดี
ขณะที่ยอดขายรวมในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 5.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 18% จากไตรมาสก่อนหน้าหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจสื่อสาร กลุ่มธุรกิจพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจบริการ กำไรปกติรวมทั้งปี 2568 อยู่ที่ 5.98 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและ GPM ที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ บริษัททั้ง 4 แห่งมีมุมมองบวกมากขึ้นต่อสถานการณ์การขาดแคลนหน่วยความจำ โดยระบุว่าระดับสินค้าคงคลังของสินค้าในกลุ่มหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เช่น RAM, SSD และฮาร์ดดิสก์ คาดจะเพียงพอต่อความต้องการไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากเดิมคือไตรมาส 1/2569 เท่านั้น ขณะที่ภาพรวมอุปทานในปี 2569 คาดว่ายังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ในแง่สัดส่วนยอดขายเมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน สินค้ากลุ่มหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลคิดเป็นประมาณ 10% ของยอดขายรวมสำหรับ COM7 และ SYNEX และประมาณ 10–15% สำหรับ ADVICE ดังนั้น ทางฝ่ายวิจัยคาดว่า GPM จะขยายตัวขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2569
สำหรับมุมมองบวก ทางฝ่ายวิจัยาคงมุมมองที่เป็นบวกต่อกลุ่ม Gadget
ทางฝ่ายวิจัยคงมุมมองบวกต่อกลุ่มแกดเจ็ต จากรอบการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนที่แข็งแกร่งในปี 2569 และศักยภาพการขยายตัวของอัตรากำไรจากการปรับขึ้นราคาสินค้ากลุ่มหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล สำหรับหุ้นเด่นของกลุ่ม
ทางฝ่ายวิจัยปรับเปลี่ยนจาก SYNEX โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11.86 บาท เป็น SIS แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25.35 บาท) เนื่องจาก SIS มี PER ต่ำกว่าและมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าเมื่อเทียบกับ SYNEX
ฝ่ายวิจัยยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มค้าปลีกสินค้าไอที โดยเฉพาะ COM7 ที่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 25.56 บาท อิงจากการประเมินมูลค่าด้วยวิธี PER เทียบเคียงค่าเฉลี่ยในอดีต ควบคู่กับการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ของกำไรต่อหุ้นหลัก (Core EPS) ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินระดับราคาที่เหมาะสมสำหรับการเข้าลงทุนในหุ้นแต่ละบริษัท ดังนี้
COM7 มองจังหวะเข้าซื้อที่ระดับ 20–21 บาท คิดเป็น PER ปี 2569 ที่ 10.6–11.2 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับ -2SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และยังต่ำกว่ามูลค่าธุรกิจไอทีที่ประเมินไว้ที่ 21.75 บาท
SIS ประเมินจุดเข้าซื้อที่ 19–20 บาท คิดเป็น PER ปี 2569 ที่ 6.7–7.0 เท่า เมื่อเทียบกับ CAGR ของ Core EPS ที่ 8%
SYNEX แนะนำเข้าซื้อที่ระดับ 9.3 บาท หรือต่ำกว่า โดยเป็นระดับ PER ต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ 9.3 เท่า เทียบกับ CAGR ของ Core EPS ที่ 10.3%
ADVICE มองจุดเข้าซื้อที่ 5 บาท คิดเป็น PER ปี 2569 ที่ 9.9 เท่า เมื่อเทียบกับ CAGR ของ Core EPS ที่ 12%
โดยภาพรวม ฝ่ายวิจัยมองว่าหุ้นในกลุ่มไอทีเริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง จากระดับมูลค่าที่ปรับตัวลงสู่โซนต่ำเมื่อเทียบกับอดีต สะท้อน Downside ที่จำกัด ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะกลางยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทำให้เป็นโอกาสในการทยอยสะสมลงทุนในช่วงราคาย่อตัว

