WARRIX บวก 3% ส่งซิกยอดขาย Q1/66 แจ่ม มั่นใจดันทั้งปีนี้โต 20-30%

WARRIX บวก 3% ส่งซิกยอดขาย Q1/66 แจ่ม มั่นใจดันทั้งปีนี้โต 20-30% ลุยซื้อไลเซนส์อุตฯ เพลงไทยและเกาหลี-เจรจาสโมสรฟุตบอลอินโดนีเซีย-เวียดนาม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 มี.ค.66) ราคาหุ้นบริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX ล่าสุด ณ เวลา 10.38 น. อยู่ที่ระดับ 11.40 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.70% สูงสุดที่ระดับ 11.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 11.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 62.07 ล้านบาท

ทั้งนี้ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ถือ” หุ้น WARRIX ราคาพื้นฐาน 10.50 บาท โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/66 เติบโตราว 15-20% เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ซึ่งการเติบโตมาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (เช่น เสื้อ T-shirts และรองเท้า) รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ส่วนการลดลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เป็นเพราะปัจจัยฤดูกาล (งวดไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 2 เป็น low season ของธุรกิจ)

โดยก่อยหน้านี้นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX เปิดเผยว่า แผนงานในระยะ 5 ปี (2565-2569) บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้รวมเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 22% หรือมีรายได้รวมแตะ 2,700 ล้านบาท จากปี 2565 ที่มีรายได้รวม 1,074 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้ที่มาจากสินค้ากลุ่ม Non-Licensed ประมาณ 65% (ปี 2565 คิดเป็น 80%) รายได้สินค้ากลุ่ม Licensed ประมาณ 15% รายได้จากต่างประเทศ ประมาณ 11% รายได้เกี่ยวกับด้านสุขภาพ ประมาณ 5% และรายได้จากการบริการ ประมาณ 4% ของรายได้รวม

โดยการเติบโตของรายได้รวม จะเป็นไปตามการขยายตัวของทุกธุรกิจ ด้วยการเข้าไปลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักตามที่กล่าวมาข้างต้น งบลงทุนไม่เกิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อดีล หรือตามความเหมาสม บวกกับการกลับมาของกิจกรรมกีฬาหลังสถานการณ์โควิด-19 จบลงตั้งแต่ปี 2565 การสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เป็นวงกว้าง การขยายช่องทางออนไลน์ การเน้นขยายสัดส่วนยอดขายที่เป็นสินค้า Non-Licensed มากขึ้น และการขยายตลาดต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ด้วยการเข้าไปตั้งบริษัทย่อยในประเทศเป้าหมายต่าง ๆ ภายใต้การถือหุ้นของ WARRIX Holding PTE. LTD. ประเทศสิงคโปร์

สำหรับในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีรายได้รวมเติบโต 20-30% จากปี 2565 โดยปัจจุบันบริษัทยังอยู่ในเทรนด์ของการเติบโต ด้วยโครงสร้างรายได้จากธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ประกอบด้วย ธุรกิจเดิมอย่างธุรกิจสปอร์ตไลเซนซิ่ง (Sport Licensing) และสินค้ากลุ่ม Non-Licensed รวมถึงการขยายตลาดไปยังตลาดวิ่ง บาสเกตบอล กอล์ฟ และไลฟ์สไตล์มากขึ้น ขณะเดียวกันขยายช่องทางขาย เปิดจุดขายในห้างโมเดิร์นเทรด เพื่อกระจายฐานลูกค้าต่างจังหวัด โดยอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตในการทำธุรกิจในประเทศมาเลเซีย  ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เข้ามาเพิ่มเติมภายในสิ้นปี 2566 อีกด้วย

นอกจากนี้บริษัทวางงบลงทุนในส่วนของ Licensed ในปี 2566 ไว้ประมาณ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2565 ที่ใช้ไป 100 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาเข้าไปสู่อุตสาหกรรมเพลงไทย และเกาหลี ส่วนอุตสาหกรรมกีฬาได้มีการเสนอไปยังสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม หากสรุปชัดเจนจะทยอยประกาศให้ทราบต่อไป

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2566 จะยังเห็นการเติบโตที่ดีของยอดขาย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 เนื่องจากการดำเนินธุรกิจในทุกส่วนยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมาเริ่มมีผลักดันยอดขายจากทางสิงคโปร์มากขึ้น หลังต้นปีที่ผ่านมาได้มีการเพิ่มทุนในบริษัท WARRIX Holding และเข้าซื้อกิจการบริษัท Premier Football 100% ซึ่งเบื้องต้นได้มีการนำแบรนด์ของ WARRIX เข้าไปวางขายในสาขาของ Premier Football และมีแผนศึกษานำแบรนด์ Premier Football ออกมาเปิดนอกประเทศสิงคโปร์อีกด้วย หากคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ขณะเดียวกันบริษัทยังเริ่มสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง หลังลงทุนซื้อเครื่องหมายการค้า และทรัพย์สินของบริษัท ฟิตจังชั่น จำกัด (Fit Junction) สถาบันฝึกสอนการออกกําลังกายและโภชนาการ จะช่วยให้บริษัทได้รับสิทธิในช่องทาง Social Media อย่าง Facebook YouTube TikTok และเว็บไซต์ รวมถึงสื่อการสอนในรูปแบบ E-Book และคลิปวิดีโอ โดยจะช่วยเสริมธุรกิจออนไลน์ของบริษัท และความแข็งแกร่งให้ธุรกิจด้านสุขภาพของ WARRIX ในอนาคต ซึ่งในปี 2566 ตั้งเป้าหมายมีรายได้ในส่วนธุรกิจสุขภาพไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท อีกทั้งยังเตรียมทยอยเปิดตัวคลินิกกายภาพบำบัด และ Performance training studio จำนวน 2-3 แห่ง เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามคาดว่ารายได้จากธุรกิจใหม่ทั้ง Premier Football และ Fit Junctions จะช่วยให้ส่งเสริมยอดขายในปี 2566 ให้เติบโตขึ้น โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากช่องทางออนไลน์

“ปีนี้ WARRIX ตั้งเป้าหมายเดินหน้าธุรกิจไปสู่การเป็นแบรนด์แห่ง Active lifestyle ที่ไม่ได้เน้นเพียงแบรนด์ของกีฬาเท่านั้น แต่จะเป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งเทรนด์แห่งการใส่ใจสุขภาพนั้น เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโควิด–19 ถือเป็นช่วงที่เทรนด์สุขภาพได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดวิ่งที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ดังนั้นแบรนด์ WARRIX จึงจะเข้ามารองรับความต้องการเหล่านี้ และจะขยายไปสู่กีฬาหลากหลายประเภทให้ครอบคลุม จากเดิมที่เน้นฟุตบอลจะเพิ่มประเภทกีฬาใหม่ ๆ เช่น วิ่ง ที่มีตลาด ขนาดใหญ่มาก บาสเกตบอล เป็นอีกกีฬาที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ กอล์ฟ กีฬาที่มีกำลังซื้อสูงสุด รวมถึงอุปกรณ์เทรนนิ่ง ฟุตแวร์ อันเดอร์แวร์ ไปจนถึงการบริการในส่วนของสุขภาพ หรือ เฮลท์แคร์ โดยปัจจุบันเราเปิดตัว คลีนิคกายภาพบำบัด และ Performance training studio และมีเป้าหมายจะขยายการให้บริการของแบรนด์แบบไม่อยู่นิ่ง รวมถึงการรุกงานอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้นหลายกิจกรรมในปีนี้” นายวิศัลย์ กล่าว

Back to top button