GUNKUL บวกต่อ 3% ย้ำเป้าปีนี้ 1 พันเมกะวัตต์ เตรียมสปินออฟ GPD เข้าตลาด Q4

GUNKUL บวกต่อ 3% ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าปีนี้ 1,000 เมกะวัตต์ ลั่นรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 15% เตรียมดัน GPD เข้าตลาดฯ ครึ่งหลังปีนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 มี.ค.66) ราคาหุ้น บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ณ เวลา 15:35 น. อยู่ที่ระดับ 3.96 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 3.13% สูงสุดที่ระดับ 3.98 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.86 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 159.39 ล้านบาท

โดยก่อนหน้านี้นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GUNKUL เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 600 เมกะวัตต์ โดยจะมาจากโครงการลงทุนใหม่ที่จะทยอยเข้ามา โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะประกาศผลผู้ชนะในวันที่ 5 เม.ย.นี้ โดยมีโครงการของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและเทคนิคขั้นต่ำจำนวน 25 โครงการ ทั้งโซลาร์ฟาร์ม โซลาร์พ่วงแบตเตอรี่ และพลังงานลม รวม 1,100 เมกะวัตต์

ทั้งนี้บริษัทมั่นใจว่ามีโอกาสที่จะคว้าหลายโครงการ ที่จะส่งผลให้กำลังการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมีงบลงทุนที่เตรียมไว้กว่า 2.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ภาครัฐมีนโยบายเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มอีก 3,668.5 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีความพร้อมยื่นร่วมโครงการแน่นอน แต่ต้องรอทางภาครัฐประกาศออกมาก่อน นอกเหนือจากพลังงานทดแทนตามแผน PDP แล้ว บริษัทยังขยายการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มงานราชการเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายหลังจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เพื่อพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน ตั้งเป้ากำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์ภายใน 5 ปี นอกเหนือจากจำนวนเมกะวัตต์ที่จะทยอยเพิ่มเข้ามาแล้ว ในกลุ่มธุรกิจงานรับเหมาก่อสร้างและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) ก็จะรับผลดีจากโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับภาพรวมธุรกิจปี 2566 เชื่อว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 3,010.52 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 9,515.10 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และธุรกิจ EPC ยังเป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งนี้กลุ่มบริษัทมีความพร้อมทางด้านการเงิน และสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่สามารถรองรับการเติบโตและการลงทุนได้มากกว่า 4 หมื่น ล้านบาทภายใน 3 ปี เพื่อรองรับการเข้าร่วมการยื่นขอเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าในโครงการโซลาร์ และพลังงานลม ที่เพิ่มขึ้น ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทมีเป้าหมายสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรในทุกกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ ทั้งธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับพลังงานและนวัตกรรมพลังงาน ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ธุรกิจด้านการบริการก่อสร้างครบวงจร เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจพลังงานในอนาคต ทำให้บริษัทมั่นใจว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทจะเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ที่ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องกว่า 12 ปีของบริษัทนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ส่วนความคืบหน้าในการ Spin-Off  บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (GPD) ดำเนินธุรกิจ EPC ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนได้ในช่วงไตรมาส 4/66 ซึ่งประเมินว่างานรับเหมาก่อสร้างจะมีเพิ่มขึ้นมากในช่วง 5 ปีนี้ เนื่องจากมีแผนจะเข้าไปรับงานภาคเอกชนมากขึ้น จากปัจุบันมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้กว่า 5,000 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีการประมูลงานใหม่กว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อมาสนับสนุนงานในมือให้เพิ่มมากขึ้น

“แนวโน้มรายได้ไตรมาส 1/66 คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น โดยรอผลประกาศพลังงานหมุนเวียนในวันที่ 5 เม.ย.นี้ หากเป็นไปตามคาดก็สามารถก่อสร้างโครงการได้ ทยอยส่งมอบรายได้เข้ามา แม้ว่าในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทจะมีการปรับโครงสร้าง ซึ่ง Gulf Renewable Energy ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในบริษัท กัลฟ์ กันกุล คอร์เปอเรชั่น จำกัด สัดส่วน 50% ส่งผลกระทบกำไรประมาณ 100 ล้านบาท แต่จะถูกชดเชยธุรกิจรับเหมาและเทรดดิ้งที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม พบว่าในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ ปริมาณลมดีมาก ทำให้งบไตรมาส 1/2566 เติบโตขึ้น” นายสมบูรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการลงทุนในเวียดนาม โดยเจรจาไว้ 2-3 โครงการ ทั้งโซลาร์ฟาร์มและพลังงานลม คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็ว ๆ นี้

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนะนำซื้อ GUNKULราคาเป้าหมาย 5.70 บาท ทั้งนี้มีมุมมองเป็นกลางจากประเด็นดังนี้ 1.) ยังคงเป้าธุรกิจไฟฟ้า 1,000MW ในปี 68 จากปัจจุบัน 600MW โดยรอผลประมูลในไทยซึ่งยื่นเข้าไปกว่า 1,100MW เป็นโครงการหลัก 2) ธุรกิจ EPC ปัจจุบันมี backlog 4.3 พันล้านบาท และมี potential projects อีกกว่า 6.4 หมื่นล้านบาทให้เข้าประมูลในปี 66 และ 3) ธุรกิจกัญชง-กัญชา ตอนนี้ focus ที่การหาตลาดโดยมองไปที่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น ปัจจุบันมีความคืบหน้ามากในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมันต่อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยมีมุมมองเป็นกลาง ภาพรวมยังอยู่ในทิศทางเดิม และยังคงประมาณการกำไรปกติปี 66 ที่ 1.7 พันล้านบาท เติบโต 36% เมื่อเทียบจากปีก่อน

ขณะที่ราคาหุ้น underperform SET ในช่วง 3 เดือนราว -25% มาจากประเด็นที่ดินบางส่วนของโครงการลมราว 40MW รุกล้าเขตป่า อย่างไรก็ตามคดียังไม่สิ้นสุดและโครงการดังกล่าวยังสามารถดำเนินการต่อได้เชื่อว่าราคาหุ้นที่ลงมา price in ประเด็นนี้ไปพอสมควร ในขณะที่การประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในไทยซึ่ง GUNKUL ร่วมกับ GULF ส่งโครงการเข้าประมูลกว่า 1.1GW ซึ่งจะทราบผลในช่วงต้นไตรมาส 2/66 จะเป็น catalyst ให้หุ้นกลับมา outperform อีกครั้ง

Back to top button