
BDMS ไฟเขียวเพิ่มงบ “BDMS Silver Wellness & Residence” แตะ 2.9 หมื่นล้าน
บอร์ด BDMS อนุมัติให้บริษัทย่อย “บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์” เพิ่มงบลงทุนโครงการ BDMS Silver Wellness & Residence อีก 5,455 ล้านบาท รวมเป็น 29,000 ล้านบาท หลังขยายพื้นที่อาคารและต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้น คาดแล้วเสร็จปี 2573
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 มีมติอนุมัติให้บริษัท และ/หรือบริษัทย่อย เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวบนพื้นที่ 13 ไร่ 60.18 ตารางวา บริเวณหัวมุมถนนสารสินและถนนหลังสวน ตรงข้ามสวนลุมพินี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จากสำนักงานพระคลังข้างที่ ซึ่งเดิมชื่อสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และมิได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท เพื่อพัฒนาโครงการ “BDMS Silver Wellness & Residence”
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน หรือ Mixed-use Development มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยบูรณาการธรรมชาติและชุมชนเข้าด้วยกัน ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ Wellness Residence, Wellness Clinic, Urban Wellness Retreat และ Premium Lifestyle Mall บนพื้นที่อาคารรวมประมาณ 170,000 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณลงทุนรวม 23,545 ล้านบาท โดยบริษัทได้จัดตั้งบริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ BDMS ถือหุ้น 100% เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว
ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวาระพิเศษ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ จำกัด ปรับเพิ่มงบประมาณลงทุนในโครงการอีก 5,455 ล้านบาท จากเดิม 23,545 ล้านบาท เป็น 29,000 ล้านบาท
สาเหตุหลักของการปรับเพิ่มงบลงทุนดังกล่าวมาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ การปรับเพิ่มพื้นที่อาคารของโครงการจากประมาณ 170,000 ตารางเมตร เป็นประมาณ 207,202 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพเชิงพาณิชย์ของโครงการ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขยายธุรกิจด้าน Wellness ของบริษัท และต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาด
ทั้งนี้ เมื่อนำงบลงทุนเพิ่มเติมจำนวน 5,455 ล้านบาท มาคำนวณขนาดรายการตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน เทียบกับสินทรัพย์รวมของบริษัทและบริษัทย่อยตามงบการเงินรวมที่ได้รับการสอบทานล่าสุด สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 พบว่าขนาดรายการของงบลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าวเท่ากับ 3.39%
เมื่อรวมกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์อื่นของบริษัท และ/หรือบริษัทย่อยในช่วง 6 เดือนก่อนวันที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติ ซึ่งมีขนาดรายการ 6.18% ส่งผลให้ขนาดรายการรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 9.58% ต่ำกว่าเกณฑ์ 15% ที่จะก่อให้เกิดหน้าที่เปิดเผยสารสนเทศตามประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ ดังนั้น บริษัทจึงไม่มีหน้าที่ต้องเปิดเผยสารสนเทศเพิ่มเติม หรือขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสำหรับการปรับเพิ่มงบลงทุนในครั้งนี้
ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเปิดตัวภายใต้ชื่อ “WellEra” ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573 ทั้งนี้ บริษัทจะรายงานความคืบหน้าของโครงการให้ผู้ลงทุนทราบต่อไป

