LIT ตั้งเป้าปี 59 สินเชื่อ-รายได้-กำไร โตไม่ต่ำกว่า 30%-เร่งตั้งสำรองฯ

LIT ตั้งเป้าปี 59 สินเชื่อ-รายได้-กำไร โตไม่ต่ำกว่า 30%-เร่งตั้งสำรองฯ


นายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายสินเชื่อ รายได้ และกำไรในปี 59 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ทั้งในแง่ของยอดสินเชื่อคงค้างหรือ Portfolio รายได้ และกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นไปตามแผน 3 ปี (ปี 2557-2559) นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ

ในส่วนของ Product สินเชื่อ Factoring หรือการรับซื้อหนี้การค้า ในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโต 100% อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มียอดรับซื้อหนี้การค้า 3,880 ล้านบาท ด้วยการเร่งขยายฐานลูกค้าใหม่ เพื่อนำเสนอสินเชื่อครบวงจรให้กับลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยยืนจุดแข็งคือ อนุมัติเร็ว วงเงินสูง และไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

ส่วน Product สินเชื่อ Bid Bond หรือสินเชื่อเพื่อออกหนังสือค้ำประกันซองประมูล สำหรับ SMEs ที่ทำงานภาครัฐและต้องการเข้าร่วมประมูลงาน ลีซ อิทตั้งเป้าหมายเติบโตถึง 100% เช่นกัน เพราะจากบรรยากาศที่ภาครัฐให้ความสำคัญแก่การประมูลให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม โดยเปลี่ยนวิธีการประมูลมาใช้ E-Bidding แทน E-Auctionเดิม จะทำให้ผู้ประกอบการทั่วไปมีโอกาสเข้าแข่งขันราคาเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐในปีนี้ จะเป็นเครื่องจักรที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วย

ขณะที่ Product สินเชื่อ Project Backup Financing คาดว่าจะมีส่วนแบ่งรายได้ที่ 30% ของรายได้รวมเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้ให้ผลตอบแทนสูงแต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ซึ่งอาจไม่เหมาะสมที่จะไปเร่งยอดเติบโตในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่สดใสเช่นนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังเร่งตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ไปที่ระดับเป้าหมาย 3% ของยอดสินเชื่อคงค้าง

นายสมพล กล่าวอีกว่า สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/58 มีรายได้รวม 51.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.17 ล้านบาท หรือ 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 19.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.38 ล้านบาท หรือ 47% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานโดยรวมของปี 58 มีรายได้รวม 190.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.84 ล้านบาท หรือ 49% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 57 ซึ่งมีรายได้รวม 128.07 ล้านบาท และในปี 58 มีกำไรสุทธิ 70.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.64 ล้านบาท หรือ 47% เมื่อเทียบกับปี 57 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 47.81 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างประมาณ 1,120 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1,150 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 4/58 มีการเร่งจ่ายชำระหนี้ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

นายสมพล กล่าวอีกว่า ในปี 58 นี้ บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงการแยกอายุหนี้ในลูกหนี้สัญญาเช่าทางการเงิน (Leasing) และสัญญาเช่าซื้อ (Hire Purchase) ให้มีเกณฑ์ที่สูงขึ้น โดยหากมีงวดใดงวดหนึ่งที่ค้างชำระก็จะถือว่าค้างชำระทั้งสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามความตั้งใจของบริษัทที่ต้องการมีมาตรฐานการจัดชั้นลูกหนี้ให้รัดกุมมากขึ้น เป็นผลให้มียอดหนี้ที่เกินกำหนดชำระมากกว่า 90 วันอยู่ในระดับ 3.84% ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล เนื่องจากลูกหนี้ส่วนมากเป็นลูกหนี้ภาครัฐซึ่งมักจะจ่ายล่าช้าอยู่แล้วโดยปกติ ยิ่งเป็นหนี้ของสถานศึกษายิ่งมีความล่าช้ามาก เพราะส่วนมากมีการจ่ายชำระเพียงปีละ 2 ครั้งตามการเปิดภาคเรียนเท่านั้นและยังมั่นใจว่าหนี้เหล่านี้จะไม่เป็นหนี้สูญ

Back to top button