TRUE พักแล้ว(ลุ้น)วิ่งต่อ

ย้อนหลังกลับไปก่อนหน้านี้หลายปี หุ้น TRUE ส่วนตัวนั้นสร้างความประหลาดใจค่อนข้างมาก เพราะเป็นหุ้นที่มีผลประกอบการขาดทุนมาโดยตลอด


ย้อนหลังกลับไปก่อนหน้านี้หลายปี

หุ้น TRUE “บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” ส่วนตัวนั้นสร้างความประหลาดใจค่อนข้างมาก เพราะเป็นหุ้นที่มีผลประกอบการขาดทุนมาโดยตลอด

ทว่า กลับได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก

วอลุ่มเทรดติดอันดับท็อป 20 ซื้อขายกันคึกคัก

บางวันมูลค่าซื้อขายพุ่งเป็นอันดับหนึ่งก็มี

หากจะยกว่า “เจ้ามือ” ที่ดูแลสภาพคล่องหุ้นทรูฯ “เก่ง” ก็ไม่น่าจะเกินจริง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกหุ้นต่างต้องมีเจ้ามือเพื่อเรียกความสนใจจากนักลงทุนโดยเฉพาะจาก “รายย่อย”

หุ้นทรูฯ ในปี 2568 มีผลประกอบการกลับมาเป็นบวก

มีกำไรสุทธิกว่า 9.2 พันล้านบาท

ส่วนไตรมาส 1/69 มีกำไร 6.5 พันล้านบาท พร้อมกับสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการจ่ายเงินปันผล พร้อมกับมีนโยบายปันผลทุกไตรมาส

ปรากฏการณ์เรื่องของ “ปันผล” ทำให้หุ้นทรูฯ ยิ่งมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะ “สายเก็งกำไร”

แต่ในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นเหมือน “ออกข้าง” ไซด์เวย์ ไม่ไปไหน

จะขึ้นก็ไม่ขึ้น จะลงก็ไม่ลง

นั่นอาจหมายความว่าตลาดได้ “รับรู้ข่าวดี” ไปพอสมควรแล้ว

ในทางเทคนิค หลังจากนั้นราคาเริ่มแกว่งตัวในกรอบ 13.50-14.80 บาท ลักษณะนี้เรียกว่า “ไซด์เวย์สะสมกำลัง” ครับ

ไม่ใช่เป็นขาลงชัดเจน แต่ก็ยังไม่ใช่ขาขึ้นรอบใหม่

จุดสำคัญแนวต้านที่เป็นเสมือนกำแพงเมืองจีนขวางไว้อยู่ นับจากต้นเดือนมิ.ย. 69 คือ บริเวณ 14 บาท เพราะเป็นแนวต้านทางจิตวิทยาที่ตลาดพยายามผ่านหลายครั้ง

แต่ยังไม่สำเร็จ

หากทะลุ 14.30-14.50 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น

เราอาจเห็นการทดสอบ 15 บาท จะมีมากขึ้น

และถ้าผ่าน 15 บาทได้ ภาพทางเทคนิคจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

ในทางกลับกัน หากหลุด 13.50 บาท แรงขายระยะสั้นอาจเพิ่มขึ้น และมีโอกาสถอยลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 13 บาท

ดังนั้นช่วงนี้ เวลานี้ จึงเป็นช่วง “เลือกทาง”

เข้าใจว่า นักลงทุนกำลังรอปัจจัยใหม่เข้ามาตัดสินทิศทาง

ส่วนปัจจัยพื้นฐานของทรูฯนั้น หัวใจสำคัญคือการควบรวมธุรกิจระหว่าง TRUE และ DTAC ซึ่งเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยไปอย่างสิ้นเชิง

จากเดิมที่แข่งขันกันรุนแรง เหลือผู้เล่นหลักเพียงไม่กี่ราย ทำให้สงครามราคาลดลง

และอำนาจการกำหนดราคาดีขึ้น

สิ่งที่ตลาดจับตาไม่ใช่รายได้ แต่เป็น “กำไร”

เพราะ TRUE กำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จาก “ซินเนอร์จี้” ทั้งการลดต้นทุนโครงข่าย การบริหารคลื่นความถี่ร่วมกัน และการลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

นักวิเคราะห์จากโบรกฯ หลายสำนักจึงเชื่อว่า กำไรของทรูฯ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะเติบโตเร็วกว่ารายได้

อีกด้านหนึ่ง ภาระหนี้ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

แม้กระแสเงินสดจะดีขึ้น แต่ธุรกิจโทรคมนาคมยังต้องลงทุนสูง ดังนั้นการบริหารต้นทุนทางการเงินจึงมีความสำคัญมาก

ดังนั้นสถานการณ์ของทรูฯ วันนี้ ไม่ใช่หุ้นที่กำลังวิ่ง

แต่เป็นหุ้นที่กำลัง “เก็บแรง” ครับ

นักลงทุนสายรุกอาจรอสัญญาณเบรก 14.20-14.30 บาท

ส่วนนักลงทุนสายระวังอาจรอให้ผ่าน 15 บาทก่อน เพื่อยืนยันว่าการสะสมพลังตลอดเดือนที่ผ่านมา

กำลังเปลี่ยนเป็นการเดินหน้าอีกรอบ

Back to top button