NTF เด้ง 4% ลุ้นผลงาน Q4 โตเด่น ยอดขายทั้งปีแตะเป้า 2.9 พันล้าน

NTF บวกเกือบ 4% ส่งซิกผลงานไตรมาส 4/68 แจ่ม หนุนยอดขายปีนี้ทะยาน 2,900 ล้านบาท โต 183% พร้อมตั้งเป้าปี 69 ยอดขายพุ่งต่อ 60%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ธ.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NTF ณ เวลา 10:30 น. อยู่ที่ระดับ 6.75 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 3.85% สูงสุดที่ระดับ 6.80 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 27.75 ล้านบาท

นายวิชัย ศิระมานะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NTF เปิดเผยว่า หลังจากนี้ NTF จะเดินหน้าพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อบริษัทเอง และต่ออุตสาหกรรมเกษตรของประเทศไทย เนื่องจากผลไม้ไทยเป็นที่ยอมรับ และมีชื่อเสียงอยู่แล้ว ทำให้มีความต้องการในตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ NTF จะมุ่งเน้นการรักษาคุณภาพ และยังคงพยายามปรับเกษตรกรรมภูมิปัญญาชาวบ้าน ให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรมให้ได้ ด้วยการนำระบบวิชาการต่าง ๆ เข้ามาช่วยพัฒนา และการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเสริมในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ NTF ที่ต้องการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีความยั่งยืน

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อซื้อผลไม้ในการส่งออก รองรับกับปริมาณคำสั่งซื้อที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งลงทุนด้านเทคโนโลยีการควบคุมคุณภาพ อาทิ เครื่อง CT Scan เครื่องคัดแยกน้ำหนักบรรจุ เครื่องล้างและเป่าลม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิตให้มีความแม่นยำ ลดความสูญเสีย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการส่งออกสินค้าพรีเมียมให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการผลิตสินค้าคุณภาพ ถือเป็นจุดแข็งของ NTF ที่สามารถส่งมอบผลไม้ได้ตรงตามความต้องการของตลาดพรีเมียม ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว และช่วยยกระดับมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของไทย

ทั้งนี้ปัจจุบัน NTF เป็นผู้ส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมียม โดยเฉพาะทุเรียนที่เป็นสินค้าหลักของบริษัทกว่า 96% รองลงมา คือ มะพร้าว และลำไย ซึ่งทุกสินค้าผ่านระบบการคัดเกรดและควบคุมคุณภาพที่ได้ตามมาตรฐาน 2Q2T ของ NTF เพื่อรองรับความต้องการของตลาดปลายทางทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพสินค้า และด้วยความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจส่งออกผลไม้สด ทำให้มีการเติบโตของยอดขายตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา

ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 จะยังมีทิศทางที่ดี และยังดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งน่าจะช่วยให้ภาพรวมทั้งปี 2568 มียอดขายรวมแตะระดับ 2,900 ล้านบาท เติบโต 183% จากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการผลไม้คุณภาพสูงในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในปี 2569 ยังมั่นใจว่าจะผลักดันยอดขายให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 60% จากปีนี้ ซึ่งได้แรงหนุนจากสินค้ากลุ่มเดิม และการพัฒนาสินค้าใหม่เพิ่มเติม เช่น ทุเรียนแช่แข็ง และอื่น ๆ

สำหรับตลาดหลักของ NTF ได้แก่ ประเทศจีน เป็นตลาดที่มีอัตราการบริโภคผลไม้พรีเมียมเติบโตและสม่ำเสมอ โดยสินค้าของ NTF จัดจำหน่ายให้กับผู้ค้าส่งผลไม้เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ค้าผลไม้ในหลายมณฑลของประเทศจีน ภายใต้แบรนด์ของ NTF ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำการตลาดให้สอดคล้องในการจำหน่ายในต่างประเทศ ได้แก่ เหม่ย ลี่ (Mei Li), ไท่ ถิง ห่าว (Tai Ting Hao), โมมันไท่ (Mo Man Tai) และ มินิ (Mini) รวมถึงแบรนด์ที่พัฒนาร่วมกับลูกค้า ได้แก่ ไท่ จี๋ (Tai Ji) และ จิน เยี่ยน (Jin Yan) และแบรนด์ลูกค้าที่เป็นแบรนด์ระดับโลก อย่าง โดล (Dole)

นอกจากนี้ NTF มีแผนที่จะขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อกระจายความเสี่ยงของตลาด และต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง และสร้างความยั่งยืนให้กับโครงสร้างรายได้ในอนาคต

“NTF จะดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ การบริหารจัดการที่โปร่งใส พร้อมสร้างโอกาสเติบโตตามความสามารถของธุรกิจให้สมดุล ควบคู่กับการพัฒนาเกษตรกรรมไทย เพื่อดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน และการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายวิชัย กล่าว

ด้าน นางรัชดา เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นของ NTF กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดทุนของ NTF จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ NTF สามารถขยายการลงทุนได้อย่างแข็งแกร่งและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้ประกอบการพิจารณา รวมทั้งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ทุเรียนเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับ 2 ของประเทศในกลุ่มสินค้าเกษตร รองจากยางพารา แสดงให้เห็นถึงบทบาทของอุตสาหกรรมเกษตรที่มีความสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ขณะที่ NTF มีความพร้อมทั้งด้านประสบการณ์ของทีมผู้บริหาร ระบบการดำเนินงาน และเครือข่ายทางการค้าในต่างประเทศ ซึ่งช่วยรองรับการเติบโตของตลาดผลไม้พรีเมียมที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่เพียงช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ NTF เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานองค์กร สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสนับสนุนการเติบโตของ NTF อย่างยั่งยืนอีกด้วย

Back to top button