นบปส. รุ่น 63 ถกวิกฤตภัยพิบัติ ย้ำรัฐต้องสื่อสารความจริง

นบปส. รุ่นที่ 63 จัดเสวนา "ภัยพิบัติ : สื่อให้เป็น เห็นทางรอด" ระดมกูรูชี้แนะภาครัฐต้องสื่อสารความจริงอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีผู้บัญชาการข้อมูลชัดเจน เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน


หลักสูตรนักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง (นบปส.) รุ่นที่ 63 จัดเวทีเสวนาวิชาการภายใต้หัวข้อ “ภัยพิบัติ : สื่อให้เป็น เห็นทางรอด” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารในภาวะวิกฤต และบทบาทของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การส่งต่อข้อมูลมีความชัดเจน ถูกต้อง และรวดเร็ว พร้อมเชื่อมั่นว่าการแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนาครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม

เวทีเสวนาดังกล่าวได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา ประกอบด้วย รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการภัยพิบัติ, นายไพโรจน์ จันเจือ ผู้อำนวยการสำนักงานยุทธศาสตร์การป้องกันสาธารณภัย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายมนตรี อุดมพงษ์ ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ โดยมีหัวใจสำคัญของการเสวนาคือ “การสื่อสารให้ทุกภาคส่วนรับทราบร่วมกัน”

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า การสื่อสารในภาวะวิกฤตจะมีความสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการเตรียมการสื่อสารตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ แม้จะเป็นเรื่องของอนาคต แต่ประชาชนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเพื่อการเตรียมพร้อม หากประชาชนมีความรู้พื้นฐานจะช่วยให้กระบวนการสื่อสารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ต้องมีความเข้มแข็งและใกล้ชิดกับประชาชน เพื่อถ่ายทอดข้อมูลเชิงพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

ด้าน นายไพโรจน์ จันเจือ ได้สรุปประเด็นการสื่อสารเพื่อเป็นทางรอดว่า การสื่อสารในภาวะวิกฤตต้องตรงประเด็น (Point) สั้น กระชับ ตรงไปตรงมา และระบุเป้าหมายอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทันท่วงที โดยยึดหลัก “รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส ใส่ใจความรู้สึก” มุ่งเน้นให้ผู้ประสบภัยมีความพร้อมรับมือมากกว่าการสร้างความตื่นตระหนก

ขณะที่ นายมนตรี อุดมพงษ์ ในฐานะตัวแทนสื่อมวลชน ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนด “ผู้สั่งการ” หรือ “ผู้บัญชาการข้อมูล” ในภาวะวิกฤตอย่างชัดเจน เพื่อทำหน้าที่สื่อสารข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลข่าวสารที่สื่อมวลชนจะนำไปส่งต่อ เพื่อแจ้งเตือนหรือให้ความรู้แก่ประชาชนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

สำหรับการจัดเสวนาวิชาการในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในหลักสูตรนักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง ของสถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ ที่มุ่งเสริมสร้างทักษะและบูรณาการพลังของผู้เข้าอบรมจากทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน นำบทเรียนมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นเวทีเสวนา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสื่อสารในภาวะวิกฤต เช่น แผ่นดินไหว หรืออุทกภัย พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงต่อไป

Back to top button