
KTC บวก 2% มั่นใจปีนี้นิวไฮต่อ คุมหนี้เสียไม่เกิน 2% โบรกแนะซื้อเป้า 42 บาท
KTC บวก 2% รับ "พิทยา” ซีอีโอ มั่นใจปี 69 กำไรสุทธิสูงกว่าปี 68 แน่! คุม NPL ไม่เกิน 2% ลุยขยายฐานลูกค้าทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล พร้อมรุกขายประกันหวังกวาดค่าฟี นักวิเคราะห์แนะ“ซื้อ”เป้าราคา 42 บาท จากจุดแข็งเรื่องงบดุลฯ เงินสำรองอยู่ระดับสูง และยีลด์ปันผล 6%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(26ม.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ณ เวลา 11:29 น. อยู่ที่ระดับ 27.75 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 1.83% ราคาสูงสุด 27.75 บาท ราคาต่ำสุด 27.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 183.78 ล้านบบาท
ด้านนางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTC เปิดเผยว่า ปี 2569 พร้อมจะเดินหน้ารักษาความแข็งแกร่งของพอร์ตลูกหนี้ เพิ่มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และสมเหตุสมผลให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเริ่มใช้ระบบงานหลักใหม่ (Core System) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า สนับสนุนการเติบโตของสองธุรกิจหลัก คือบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารความเสี่ยงรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ข้อมูลและระบบวิเคราะห์ขั้นสูง เพื่อรักษาคุณภาพหนี้และความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
“ในปี 2569 บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิมากกว่าปี 2568 พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโตประมาณ 1-2% และคุม NPL ไม่เกิน 2% ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 5% และพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลเติบโต 2% แต่หากในปีนี้เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง เคทีซีเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตได้ดีกว่าที่ประมาณการไว้” นางพิทยา กล่าว
สำหรับ ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิ 2,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาส 4/2567 และเพิ่ม 6% จากไตรมาส 3/2568 ส่งผลให้กำไรสุทธิของปี 2568 อยู่ที่ 7,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.63%
ตัวเลขสำคัญทางการเงินดังกล่าว สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์บริหารสินเชื่อและการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ทำให้รายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง พร้อมรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อรวม 1.12 แสนล้านบาท และอัตราหนี้เสีย (NPL) อยู่ในกรอบเป้าหมาย 2%
“แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคจะหดตัว จากความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจและผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การดำเนินธุรกิจของเคทีซีในช่วง 11 เดือน ปี 2568 ยังครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยสัดส่วนปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 13.6% เพิ่มขึ้นจาก 13.1% ในขณะที่สัดส่วนลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมอยู่ที่ 14.9% จาก 14.3% และสัดส่วนของลูกหนี้สินเชื่อบุคคล (ไม่รวมสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน) เทียบกับอุตสาหกรรมอยู่ที่ 4.2% จาก 4.1%” นางพิทยา กล่าว
สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 เคทีซีมีสมาชิกรวม 3,673,244 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 111,585 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% NPL Ratio อยู่ที่ 1.79% โดยสมาชิกบัตรเครดิตมีจำนวน 2,964,426 บัตร เพิ่มขึ้น 5.9% เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวมมีมูลค่า 73,876 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.1% อัตราการขยายตัวของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 2568 อยู่ที่ 3.6% NPL Ratio บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.09%
สมาชิกสินเชื่อบุคคล 708,818 บัญชี เพิ่มขึ้น 2.9% คิดเป็นเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม 36,202 ล้านบาท ขยายตัว 3.2% (รวมเงินให้สินเชื่อเคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน) NPL Ratio สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.55% สำหรับสินเชื่อลูกหนี้ตามสัญญาเช่ามูลค่า 1,507 ล้านบาท ลดลง 28.6% ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ได้หยุดการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยปัจจุบันมุ่งเน้นการติดตามหนี้ และบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่มีอยู่เท่านั้น
นอกจากนี้ มี Credit Cost อยู่ที่ 5.3% ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 6.1% ด้านสภาพคล่อง เคทีซีมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้คงเหลือทั้งสิ้น 20,470 ล้านบาท และมีภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดชำระในปี 2569 ทั้งสิ้น 15,830 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีสภาพคล่องที่สูงกว่าภาระหนี้ที่ใกล้ครบกำหนด และมีสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่งและความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ในระยะสั้นที่อยู่ในระดับต่ำมาก
นางพิทยา กล่าวว่า ความคืบหน้าในการประกอบธุรกิจนายหน้าประกันภัย (ประกันวินาศภัยและประกันชีวิต) ว่าได้เริ่มดำเนินงาน ด้วยการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทประกัน เพื่อจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลายผ่านช่องทางต่าง ๆ ของเคทีซีแล้ว
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี เผยว่า คงแนะนาซื้อหุ้น KTC ราคาเป้าหมาย 42 บาท เพราะมีจุดแข็งเรื่องงบดุล โดยเฉพาะสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) คงระดับสูงที่ 425% มีเงินปันผลน่าสนใจ Dividend yield คาดที่ 6% และได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง ส่วนกำไรสุทธิปี 2569 จะทำจุดสูงสุดใหม่ต่อจากปี 2568 หรือมาอยู่ที่ 7,984 ล้านบาท โต 2.59% โดยเคทีซียังอยู่ระหว่างการดำเนินการประกอบธุรกิจการขายประกัน และจะเป็นตัวต่อยอดรายได้ในอนาคต


