
“กรุงศรี” ชู KTC ท็อปพิก! เคาะเป้า 39 บาท ลุ้นกำไรไตรมาส 2 โตแกร่ง ดันทั้งปีนิวไฮ
บล.กรุงศรี (KSS) แนะนำซื้อหุ้น KTC ให้ราคาเป้าหมาย 39 บาท พร้อมยกเป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม Consumer Finance ชูจุดแข็งด้านงบดุล ปันผลสูง 6% และลุ้นกำไรปี 2569 ทำนิวไฮต่อเนื่อง ประเมินกำไรไตรมาส 2/2569 แตะ 2.1 พันล้านบาท เติบโต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า ยังคงแนะนำซื้อหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 39 บาท และยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม Consumer Finance โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 4 จุดแข็งหลัก ได้แก่ 1.งบดุล โดยเฉพาะอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงราว 400% 2.ปันผลมีความน่าสนใจ คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 6% 3.คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 จะทำจุดสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ต่อเนื่องจากปี 2568 และ 4.บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการประกอบธุรกิจนายหน้าขายประกัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยในการต่อยอดรายได้ในอนาคต
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ย (NII) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากนโยบายดอกเบี้ยที่ปรับลง รวมถึงค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ที่ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการตัดจำหน่ายหนี้สูญ (Write-off) ที่ลดลง
ด้านสินเชื่อรวมไตรมาส 2/2569 คาดลดลง 1% จากไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็นการหดตัว 4.5% นับตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากภาพรวมลูกหนี้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยเฉพาะยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จที่ลดลง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ คาดว่ายอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Gross NPL) จะเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้เสีย (NPL Ratio) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.00% เพิ่มขึ้นจาก 1.93% ในไตรมาส 1/2569
ทั้งนี้ หากกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ออกมาตามคาดการณ์ จะส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็นสัดส่วน 52% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี นอกจากนี้ ประเมินว่าแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (Credit Cost) จากการตั้งสำรองพิเศษที่ลดลง พร้อมคาดว่า KTC จะประกาศงบการเงินในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

