
TMAN วิ่ง 7% หลังกำไรปี 68 โต 16% รับยอดขายพุ่ง-บุ๊กเงินประกันไฟไหม้ พ่วงปันผล 0.32 บ.
TMAN บวก 7% รับผลประกอบการปี 68 กวาดกำไรสุทธิ 523.1 ล้านบาท โต 16.1% โชว์รายได้รวม 2.5 พันล้านบาท รับอานิสงส์ยอดขายทุกช่องทางพุ่ง พ่วงบุ๊กเงินประกันไฟไหม้หนุนกำไรไตรมาส 4 โตเด่น เคาะปันผล 0.32 บาท ขึ้น XD 8 พ.ค.69 เตรียมจ่าย 26 พ.ค.69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ณ เวลา 10:20 น. อยู่ที่ระดับ 13.40 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 7.20% สูงสุดที่ระดับ 13.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 12.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13.26 ล้านบาท
ทั้งนี้ราคาหุ้นของ TMAN ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ภายหลังการรายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 4 และงวดปี 2568 ดังนี้
โดยสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนที่ดีภายใต้กลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสินค้าสำหรับจำหน่ายในช่องทางธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงการขยายธุรกิจในกลุ่ม DBU และ OEM ตลอดจนการขยายช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ
สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 2,506.1 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 293.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.3 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลัก (ไม่รวมส่วนงานจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอกรายใหม่) ให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ร้อยละ 50.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 49.1 ในปีก่อนหน้า
หากจำแนกรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ในปี 2568 พบว่าสัดส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการของผลิตภัณฑ์ยาเพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 63 จากร้อยละ 60 ในปี 2567 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก ซึ่งเข้ามาเสริมรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขณะที่รายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ในส่วนของรายได้จำแนกตามกลุ่มลูกค้า พบว่ามีการเติบโตในทุกกลุ่มสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายตลาด ได้แก่ 1) ช่องทางโรงพยาบาล มุ่งสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันสำหรับโรค NCDs 2) ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง ขยายฐานผ่านการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) 3) ช่องทางคลินิก นำเสนอผลิตภัณฑ์ครบวงจรสำหรับคลินิกเสริมความงาม และ 4) ช่องทางร้านขายยา อาศัยความแข็งแกร่งของเครือข่ายทั่วประเทศ
ทั้งนี้ หากเจาะจงเฉพาะผลงานไตรมาส 4 ปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 726.1 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 152.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 26.5 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2567 และเพิ่มขึ้น 70.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.7 จากไตรมาส 3 ปี 2568 ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของช่องทางร้านขายยาทั้งค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งเป็นผลจากการเริ่มจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก ภายใต้สัญญากับ BERTRAM ผู้ผลิต “เซียงเพียว” และ “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” ขณะเดียวกัน รายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) สินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามจากลูกค้ารายใหญ่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังคงรักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์ชั้นนำ 5 อันดับแรก พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพการทำกำไรระยะยาว
ส่วนในปี 2568 บริษัทมีการรับรู้รายการพิเศษจากเหตุการณ์ไฟไหม้บริเวณห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 โดยขั้นตอนการชดเชยได้สิ้นสุดลงแล้ว บริษัทได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 164.5 ล้านบาท และมีค่าเสียหายเกิดขึ้น 107.1 ล้านบาท คิดเป็นส่วนเพิ่มจากมูลค่าเสียหายทางบัญชี 57.4 ล้านบาท หรือสุทธิจากภาษีเงินได้จำนวน 49.5 ล้านบาท
ด้านรายได้อื่น ในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 4.1 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 32.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 22.6 จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนภาพรวมปี 2568 มีรายได้อื่น 20.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 50.7 เนื่องจากไม่มีรายได้ค่าบริการนำเสนอสินค้าตัวอย่างภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก และการปรับตัวลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับ
ขณะที่กำไรขั้นต้น ไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 502.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 70.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 77.2 จากไตรมาสก่อนหน้า (หากไม่รวมค่าสินไหมฯ กำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 338.1 ล้านบาท โต 14.8% YoY และ 19.2% QoQ) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 อยู่ที่ร้อยละ 56.2 (หากไม่รวมค่าสินไหมฯ จะอยู่ที่ร้อยละ 46.3) ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมปี 2568 อยู่ที่ 1,352.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.7 จากปีก่อน (หากไม่รวมค่าสินไหมฯ จะอยู่ที่ 1,187.8 ล้านบาท โต 8.6% YoY) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีอยู่ที่ร้อยละ 50.3 (หากไม่รวมค่าสินไหมฯ จะอยู่ที่ร้อยละ 47.0 ลดลงจากปีก่อนที่มีสัดส่วนร้อยละ 49.1 เนื่องจากอัตรากำไรของสินค้าบุคคลภายนอกต่ำกว่าธุรกิจหลัก)
สำหรับต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 175.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้แทนขายและค่าขนส่งของสินค้ารายใหม่ รวมถึงงบการตลาดปลายปี ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ร้อยละ 19.6 (หากไม่รวมค่าเสียหายจากไฟไหม้ จะอยู่ที่ร้อยละ 24.1 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 26.9 ในไตรมาส 4/67) ส่วนทั้งปี 2568 ต้นทุนส่วนนี้อยู่ที่ 597.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 จากปีก่อน เนื่องจากการขยายทีมผู้แทนขาย ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทั้งปีอยู่ที่ร้อยละ 22.2 (หากไม่รวมค่าเสียหายจากไฟไหม้ จะอยู่ที่ร้อยละ 23.6 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 24.6 ในปี 2567)
ด้านต้นทุนทางการเงิน ไตรมาส 4 ปี 2568 ลดลงเหลือ 5.8 ล้านบาท (ลดลง 42.0% YoY และ 14.7% QoQ) จากการทยอยชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยขาลง แต่ภาพรวมปี 2568 ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 28.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.7 จากปีก่อนหน้า สาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นในไตรมาส 4/2567 โดยบริษัทนำเงิน IPO ไปลงทุนในบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเตรียมขยายธุรกิจตามแผน
จากปัจจัยทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 พุ่งแตะ 181.8 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 68.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และโตร้อยละ 61.5 จากไตรมาสก่อนหน้า (หากไม่รวมรายการสินไหมฯ สุทธิหลังภาษี กำไรสุทธิอยู่ที่ 135.9 ล้านบาท โต 25.7% YoY และ 20.7% QoQ) ทำให้อัตรากำไรสุทธิไตรมาส 4 อยู่ที่ร้อยละ 20.3 สนับสนุนให้ภาพรวมกำไรสุทธิปี 2568 ทำสถิติที่ 523.1 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 72.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.1 จากปี 2567 (หากไม่รวมรายการสินไหมฯ กำไรสุทธิอยู่ที่ 477.2 ล้านบาท โต 5.9% YoY) โดยมีอัตรากำไรสุทธิทั้งปีที่แข็งแกร่งในระดับร้อยละ 19.4 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของกลุ่มบริษัทฯ ในการรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ บริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทฯ ในอัตรา 0.32 บาทต่อหุ้น จากมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.75 บาท โดยเป็นการจ่ายปันผลจากงวดผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยมีกำหนดการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569



