
IRPC พุ่ง 18% โบรกอัพเป้าใหม่ 2.10 บ. ชี้กำไร Q2 โตตามค่าการกลั่น – สเปรดปิโตรเคมีฟื้น
IRPC บวกแรง 18% หลัง CLSA ปรับคำแนะนำเป็น Outperform และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 2.10 บาท จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่งตามค่าการกลั่นและสเปรดปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 มี.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ณ เวลา 16:00 น. อยู่ที่ระดับ 1.75 บาท บวก 0.27 บาท หรือ 18.24% สูงสุดที่ระดับ 1.76 บาท ต่ำสุดที่ระดับ1.51 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 901.06 ล้านบาท
ทั้งนี้ CLSA ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น IRPC เป็น “Outperform” จากเดิม “Hold” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 2.10 บาท จากเดิม 1.08 บาท โดยประเมินว่าผลการดำเนินงานของบริษัทมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากการปรับตัวดีขึ้นของทั้งธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ท่ามกลางค่าการกลั่น หรือ GRM และสเปรดปิโตรเคมีที่เพิ่มสูงขึ้น จากผลกระทบความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งหนุนแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 ให้แข็งแกร่งมากขึ้น
รายงานระบุว่า IRPC ได้จัดทำสัญญาจัดหาน้ำมันดิบแล้ว 90% สำหรับเดือนมีนาคมและเมษายน 2569 โดยในจำนวนนี้เป็นน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง 70% แบ่งเป็นซาอุดีอาระเบีย 33% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 17% และกาตาร์ 9% ขณะที่อีก 22% มาจากสหรัฐอเมริกา ส่วนการจัดหาน้ำมันดิบสำหรับเดือนพฤษภาคมยังอยู่ระหว่างติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นรายสัปดาห์
ในส่วนของธุรกิจโรงกลั่น ดีเซลและน้ำมันอากาศยานคิดเป็นสัดส่วน 50% ของผลผลิตทั้งหมด โดยสเปรดของผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภทปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 31 และ 35 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ จาก 24.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/2568 แม้ว่าสเปรดน้ำมันเบนซินจะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 11.3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 15.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลก็ตาม ขณะที่ CLSA ประเมิน GRM ในไตรมาส 1/2569 ไว้ที่ 9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับ 5.9 เหรียญสหรัฐในไตรมาสก่อนหน้า
ด้านธุรกิจปิโตรเคมี สเปรดของโพลีโพรพิลีน หรือ PP ซึ่งคิดเป็น 60% ของกำลังการผลิต พอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง หรือ HDPE สัดส่วน 12% และอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน สไตรีน หรือ ABS สัดส่วน 15% ต่างปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในสัปดาห์นี้ สเปรด PP และ ABS อยู่ที่ 461 และ 817 เหรียญสหรัฐต่อตันตามลำดับ ส่งผลให้ค่าการกลั่นรวม หรือ GIM ของ IRPC คาดว่าจะอยู่ที่ 14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2568 ที่ระดับ 8.8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอย่างชัดเจน
CLSA มองว่า ค่าการกลั่นและสเปรดปิโตรเคมีที่แข็งแกร่งจะส่งผลบวกได้เต็มที่ในไตรมาส 2/2569 หากโรงกลั่นได้รับน้ำมันดิบอย่างเพียงพอ โดยช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางขนส่งแนฟทาทางทะเลที่สำคัญของโลก คิดเป็น 35% ของปริมาณแนฟทาทางทะเลทั้งหมด และแม้สงครามจะยุติลง ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าการส่งมอบแนฟทาจะกลับสู่ภาวะปกติในเอเชีย จึงคาดว่าภาวะตึงตัวของตลาดปิโตรเคมีจะยังคงหนุนสเปรดให้อยู่ในระดับสูงตลอดไตรมาส 2/2569
นอกจากนี้ CLSA ยังปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 และ 2570 ของ IRPC ขึ้น 175% และ 66% ตามลำดับ พร้อมประเมินว่าฐานะการเงินของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA จะลดลงจาก 6.6 เท่าในปี 2568 เหลือ 3.8 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะลดลงจาก 0.6 เท่า เหลือ 0.4 เท่า จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “Outperform” และกำหนดราคาเป้าหมายใหม่ที่ 2.10 บาท อิง PBV ที่ 0.6 เท่าของประมาณการปี 2569

