หุ้นเทคไทยดิ่ง! HANA ร่วง 5% ตามหุ้นชิปเอเชีย โบรกชี้ DELTA มาร์จิ้นหด

หุ้นกลุ่มเทคไทยร่วงยกแผง ตามแรงขายหุ้นชิปเอเชีย หลังนักลงทุนขายทำกำไรจากกระแส AI ขณะที่โบรกมอง DELTA แม้กำไรไตรมาส 2/69 ยังโตเด่น แต่อาจเผชิญแรงกดดันจากมาร์จิ้นและต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 มิ.ย.69) ราคาหุ้นกลุ่มเทค นำโดย บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA ณ เวลา 12:08 น. อยู่ที่ระดับ 37.75 บาท ลบ 2.00 บาท หรือ 5.03% ราคาสูงสุด 39.25 บาท ราคาต่ำสุด 37.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,293.77 ล้านบาท

บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA อยู่ที่ระดับ 327.00 บาท ลบ 8.00 บาท หรือ 2.39% ราคาสูงสุด 333.00 บาท ราคาต่ำสุด 324.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2,841.29 ล้านบาท

บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE อยู่ที่ระดับ 39.00 บาท ลบ 1.50 บาท หรือ 3.70% ราคาสูงสุด 40.00 บาท ราคาต่ำสุด 38.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 426.32 ล้านบาท

บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET อยู่ที่ระดับ 8.95 บาท ลบ 0.30 บาท หรือ 3.24% ราคาสูงสุด 9.10 บาท ราคาต่ำสุด 8.85 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 335.15 ล้านบาท

แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับบรรยากาศตลาดหุ้นเอเชียที่อ่อนตัวลงในวันเดียวกัน หลังนักลงทุนทยอยขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวขึ้นแรงจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในช่วงก่อนหน้า โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญแรงขายหนักสุดในภูมิภาค

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงสูงสุด 4.6% หลังนักลงทุนเร่งขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความกังวลว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้อาจร้อนแรงเกินไป โดยหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างปรับตัวลดลงมากกว่า 5% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นในดัชนี KOSPI มากกว่า 2 ล้านล้านวอน หรือราว 1.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเช้า

แรงขายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังหุ้นกลุ่มชิปเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นจากกระแส AI โดยเฉพาะ SK Hynix ที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรม AI ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น ขณะที่ตลาดยังจับตาผลประกอบการของ Micron Technology ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมหน่วยความจำ

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยดัชนี Nikkei 225 อ่อนตัวลงราว 1% ตามแรงขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับชิปและหุ้นส่งออก ส่วนตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงยังถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้า ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

ด้านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ DELTA ยังมีทิศทางเติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดกำไรหลักอยู่ที่ 9.02 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณกดดันด้านอัตรากำไร จากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้หลักของ DELTA ในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 2.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจ Power Electronics และ Infrastructure แม้การส่งมอบสินค้ายังถูกจำกัดจากปัญหาวัตถุดิบตึงตัว

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น หรือ GPM มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 30.6% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31.7% ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ไม่เอื้ออำนวย ประสิทธิภาพการผลิตที่ลดลง และความเป็นไปได้ที่จะมีการตัดจำหน่ายสินค้าคงคลังจากปัญหาการสะดุดของการผลิต

ฝ่ายวิจัยมองว่า แม้ DELTA ยังสามารถรายงานการเติบโตของกำไรได้แข็งแกร่ง แต่คุณภาพของกำไรเริ่มอ่อนแอกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า จากแรงกดดันด้านต้นทุนและข้อจำกัดในการจัดหาชิ้นส่วน โดยคาดว่าปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน เช่น PCB, IC และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบพาสซีฟ จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนที่สถานการณ์จัดซื้อวัตถุดิบจะเริ่มดีขึ้นในไตรมาส 3/2569

Back to top button