PSL เด้งแรง 8% รับโบรกอัพเป้า 10 บาท หลังงบ Q2 พลิกกำไร 521 ล้าน ค่าระวางเรือแกร่ง

PSL เด้งแรง 8% ขานรับงบ Q2/69 พลิกกำไร 521.49 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 43.31 ล้านบาท หลังรายได้เดินเรือสุทธิพุ่ง 58% พร้อมโบรกอัพเป้าใหม่ 10 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ส.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ณ เวลา 11:09 น. อยู่ที่ระดับ 9.20 บาท บวก 0.65 บาท หรือ 7.60% ราคาสูงสุด 9.30 บาท ราคาต่ำสุด 8.85 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 289.67 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น PSL ปรับตัวขึ้นแรง ขานรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ที่พลิกกลับมามีกำไร หลังธุรกิจเดินเรือได้รับแรงหนุนจากภาวะตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่แข็งแกร่งขึ้น โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 521.49 ล้านบาท พลิกจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 43.31 ล้านบาท

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากรายได้จากการเดินเรือสุทธิที่เพิ่มขึ้น 667.46 ล้านบาท หรือ 58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามภาวะตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงขนาดกองเรือที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 24.44 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับหุ้นกู้สกุลเงินบาทที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2572 และ 2577

ด้านผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 PSL มีกำไรสุทธิ 629.68 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 183.55 ล้านบาท โดยรายได้จากการเดินเรือสุทธิเพิ่มขึ้น 975.99 ล้านบาท หรือประมาณ 45% รับแรงหนุนจากตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงรายได้จากเรือบรรทุกน้ำมัน

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า PSL รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 497 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 79% โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากอัตราค่าระวางเรือแบบ Time Charter (TC) ที่แข็งแกร่งอยู่ที่ 16,442 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน เพิ่มขึ้น 62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 31% จากไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทยมองว่าอัตราค่าระวางเรือมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง จากอุปสงค์การขนส่งสินค้าเทกองที่ยังแข็งแกร่ง ประกอบกับความเร็วในการเดินเรือที่ลดลงจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยจำกัดอุปทานเรือในตลาด จึงคาดว่ากำไรในช่วงไตรมาส 3-4/2569 จะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 2/2569

พร้อมกันนี้ บล.กสิกรไทยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ PSL ในปี 2569-2571 ขึ้น 60%, 34% และ 27% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนสมมติฐานค่าระวางเรือที่ดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่ม ราคาเป้าหมายเป็น 10 บาทต่อหุ้น

Back to top button