TRUE วิ่ง 2% จับตาผลตอบแทนการเงินฟื้น-บริหารทุนแกร่ง โบรกชูเป้า 16.70 บาท

TRUE เด้ง 2% บล.กสิกรไทยมองปัจจัยหนุนระยะต่อไปจากผลตอบแทนทางการเงินที่ดีขึ้น และการบริหารเงินทุนเชิงรุก หนุนโอกาส Re-rating พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 16.77 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ส.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ณ เวลา 10:22 น. อยู่ที่ระดับ 13.70 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.24% ราคาสูงสุด 13.80 บาท ราคาต่ำสุด 13.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 551.88 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุถึง TRUE ว่า แม้ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด แต่ยังมองว่าโมเมนตัมการเติบโตของ EBITDA ในช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่ราคาหุ้นระยะสั้นอาจยังขาดปัจจัยบวกใหม่ที่มีนัยสำคัญ หลังปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 TRUE รายงานกำไรสุทธิ 6.55 พันล้านบาท ขณะที่หากตัดรายการพิเศษ ได้แก่ ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนสะสม และการด้อยค่าของสินทรัพย์ จะมีกำไรปกติอยู่ที่ประมาณ 6.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

การเติบโตของกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อนมีแรงหนุนหลักจากการประหยัดต้นทุนคลื่นความถี่ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวลดลง ส่วนการเติบโตจากไตรมาสก่อนมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการหลัก และค่าใช้จ่ายดำเนินงานด้านโครงข่ายที่ลดลง

ทั้งนี้ กำไรปกติไตรมาส 2/2569 สูงกว่าประมาณการเบื้องต้นของ บล.กสิกรไทย 2.4% และถือว่าเป็นไปตามคาด ขณะที่กำไรปกติช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็น 49.4% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี

นอกจากนี้ TRUE ประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสในอัตรา 0.15 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลประมาณ 79% และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเมื่อคำนวณเป็นรายปีราว 4.2%

ด้านแนวโน้มการดำเนินงาน ผู้บริหาร TRUE ได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักในปี 2569 จากเดิม 2-3% เหลือ 1-2% โดยมีสาเหตุจากภาคการท่องเที่ยวที่อ่อนแอกว่าคาด รวมถึงแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA ที่ 7-9% และงบลงทุนด้านโครงข่ายที่ 2.5-2.7 หมื่นล้านบาท

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่ารายได้จากการให้บริการหลักในครึ่งหลังปี 2569 อาจเติบโตประมาณ 1.9-3.9% YoY เทียบกับการเติบโตเพียง 0.1% ในครึ่งปีแรก ขณะที่ EBITDA ครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโต 2.3-6.1% YoY ชะลอลงจาก 12.2% ในช่วงครึ่งปีแรก

ด้าน บล.กสิกรไทย คาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักของ TRUE ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโต 2.7% YoY ขณะที่ EBITDA คาดเติบโตเพียง 0.5% YoY จึงมองว่าโมเมนตัมการเติบโตของ EBITDA ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงอย่างชัดเจนจากครึ่งปีแรก

ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามเกี่ยวกับความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต เนื่องจากมูลค่าเงินปันผลสำหรับครึ่งแรกของปีอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท สูงกว่ากำไรสุทธิของงบเฉพาะกิจการในช่วงครึ่งปีแรกซึ่งอยู่ที่ 644 ล้านบาท ขณะที่กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรของงบเฉพาะกิจการ ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ประเด็นการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการยังเป็นอีกปัจจัยที่อาจกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม บล.กสิกรไทยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” TRUE ราคาเป้าหมาย 16.77 บาท โดยมองว่า หลังราคาหุ้นปรับขึ้นอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดได้รับรู้มูลค่าเพิ่มจากการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมไปค่อนข้างมากแล้ว ทำให้ระยะสั้นหุ้นอาจยังขาดปัจจัยบวกใหม่ที่จะผลักดันการปรับเพิ่มมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับปัจจัยบวกในระยะต่อไป ได้แก่ ส่วนต่างด้านมูลค่าระหว่าง ADVANC และ TRUE ที่มีโอกาสลดลง หาก TRUE สามารถยกระดับผลตอบแทนทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารเงินทุนเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นในอนาคต

Back to top button