
ITEL พุ่ง 12% นำทีม THCOM-INSET-TKC บวกคึก! รับข่าวคว้างาน USO 3 วงเงิน 5.42 พันล้าน
หุ้นผู้ชนะ USO 3 กอดคอบวก ITEL พุ่ง 12.16% THCOM บวก 4% ขณะที่ INSET-TKC เพิ่ม 3.18% รับ กสทช. ประกาศผลประมูล 5 กลุ่ม วงเงินรวม 5.42 พันล้านบาท ด้าน ASPS อัพกำไร THCOM ปี 70 แตะ 729 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ก.ย.69) ราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับประโยชน์จากการชนะการประกวดราคาโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม หรือ USO 3 ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน หลังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศผลผู้ชนะทั้ง 5 กลุ่ม วงเงินรวม 5,423.70 ล้านบาท ณ เวลา 10:15 น. นำโดย บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.66 บาท บวก 0.18 บาท หรือ 12.16% สูงสุดที่ระดับ 1.68 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.58 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 36.54 ล้านบาท
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 10.40 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 4.00% สูงสุดที่ระดับ 10.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21.82 ล้านบาท
บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET ราคาหุ้นอยู่ที่ 4.54 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 3.18% สูงสุดที่ระดับ 4.56 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 4.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.336 ล้านบาท
บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC ราคาหุ้นอยู่ที่ 4.54 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 3.18% สูงสุดที่ระดับ 4.56 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 4.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.336 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยหนุนราคาหุ้นดังกล่าว สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม ในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง หรือ USO 3 จำนวน 5 กลุ่ม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินรวม 5,423.70 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มที่ 1 ภาคเหนือ ผู้ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วมทีไอ ประกอบด้วย บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ INSET ด้วยราคาที่เสนอ 1,248.50 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
กลุ่มที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วมทีซีไอ ประกอบด้วย THCOM และ ITEL เสนอราคาทั้งสิ้น 1,884.00 ล้านบาท
กลุ่มที่ 3 ภาคกลาง ผู้ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วมทีดับบลิว ประกอบด้วย บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด เสนอราคาทั้งสิ้น 761.50 ล้านบาท
กลุ่มที่ 4 ภาคตะวันออก-ตะวันตก ผู้ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วมทีซีไอ ประกอบด้วย THCOM และ ITEL เสนอราคาทั้งสิ้น 564.00 ล้านบาท
ส่วนกลุ่มที่ 5 ภาคใต้ ผู้ชนะการเสนอราคา ได้แก่ การค้าร่วมอินเตอร์ลิ้งค์ทีเคซี ประกอบด้วย ITEL และ TKC เสนอราคาทั้งสิ้น 965.70 ล้านบาท
เมื่อรวมวงเงินของผู้ชนะการเสนอราคาทั้ง 5 กลุ่ม มีมูลค่ารวม 5,423.70 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก-ตะวันตก และภาคใต้ ภายใต้โครงการ USO 3 ซึ่งมีเป้าหมายจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการอย่างทั่วถึง รองรับการให้บริการด้านสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า THCOM ได้รับปัจจัยบวกจากการร่วมกับ ITEL คว้างานโครงการเน็ตชายขอบ เฟส 3 จำนวน 2 สัญญา จากทั้งหมด 5 สัญญา ประกอบด้วยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่าประมาณ 1.89 พันล้านบาท และพื้นที่ภาคตะวันออก-ตะวันตก มูลค่า 564 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2.45 พันล้านบาท
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ผลการประมูลดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อ THCOM เนื่องจากจะสร้างรายได้ที่มีความแน่นอนตลอดอายุสัญญา 5 ปี อีกทั้งโครงการเน็ตชายขอบ เฟส 3 จะสร้างรายได้ให้บริษัทมากกว่าเฟส 1 และเฟส 2 ซึ่ง THCOM มีรายได้จากการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมแก่ผู้ชนะประมูลเป็นหลัก
สำหรับโครงการเฟส 3 THCOM จะมีทั้งรายได้จากการติดตั้งอุปกรณ์และรายได้จากการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียม โดยคาดว่าจะใช้เวลาติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 2-3 เดือน ก่อนเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงต้นปี 2570
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2569 ยังไม่สดใส และคาดว่าจะยังขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ เนื่องจากยังไม่มีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ขณะที่ลูกค้ากลุ่มผู้ให้บริการ Broadcasting ยังมีแนวโน้มลดการใช้งาน
ทั้งนี้ จากมูลค่างานที่ THCOM ได้รับสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ ส่งผลให้ บล.เอเซีย พลัส ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570 จากเดิม 381 ล้านบาท เป็น 729 ล้านบาท พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 จาก 11.30 บาท เป็น 11.80 บาท โดยประเมินด้วยวิธี DCF
บล.เอเซีย พลัส มองว่าตลาดได้สะท้อนปัจจัยลบจากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่อ่อนแอไปในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่โครงการเน็ตชายขอบ เฟส 3 จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยผลักดัน THCOM กลับมามีกำไรในปี 2570 และสนับสนุนราคาหุ้นระยะสั้น จึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “Trading” เป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11.80 บาท

