
ITC มั่นใจ Q4 โตต่อ รับออเดอร์แกร่ง-ลูกค้าใหม่หนุน ปักธงรายได้ปี 73 แตะ 1.5 พันล้านเหรียญ
ITC มั่นใจไตรมาส 4/69 เติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนคำสั่งซื้อและฐานลูกค้าใหม่ เร่งสร้าง Synergy หลังปิดดีลซื้อ Phelps ในสหรัฐฯ พร้อมขยายตลาดยุโรป-เอเชีย ปักธงรายได้ปี 73 แตะ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธุรกิจเดิมและ M&A มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น 23–25%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจและแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านกิจกรรม Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิ 2,471.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 14,881 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.70% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าของลูกค้าที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง การขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2569 บริษัทประเมินว่ายังคงมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งรักษาการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการ บริษัท เฟลป์ส อินดัสทรีส์ แอลแอลซี (Phelps Industries, LLC) ผู้ผลิตขนมและอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยบริษัทมองว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มขนมและอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตและอัตรากำไรที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ Phelps มีโรงงานผลิตจำนวน 2 แห่ง ตั้งอยู่ในรัฐอิลลินอยส์และรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา โดยมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 50 ล้านปอนด์ต่อปี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 19% เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2568 สะท้อนพัฒนาการด้านความสามารถในการทำกำไรของกิจการที่เข้าซื้อ
อย่างไรก็ตาม แม้ Phelps จะมีอัตรากำไรสุทธิเดิมอยู่ที่ 6.6% และมีระยะเวลาคืนทุนมากกว่า 10 ปี แต่ ITC เชื่อมั่นว่าการชำระคืนหนี้สินระยะยาวทั้งหมดของ Phelps ณ วันที่ปิดธุรกรรม รวมถึงการสร้างประโยชน์ร่วมกันทางธุรกิจ (Synergy) ทั้งด้านการค้าและโครงสร้างการดำเนินงาน จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในอนาคต
ด้านการบริหารกำลังการผลิต ปัจจุบัน ITC มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 220,000 ตันต่อปี โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีปริมาณการขายมากกว่า 90,000 ตัน และคาดว่าปริมาณการขายตลอดปีจะอยู่ที่ประมาณ 120,000–130,000 ตัน คิดเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิตราว 60% ส่งผลให้บริษัทยังไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ในระยะสั้น และจะให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ เพื่อรองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อในอนาคต
สำหรับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน แม้กำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จะเติบโต 13.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปรับตัวลดลง 16.90% เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนสุทธิเพิ่มขึ้นชั่วคราว โดยเฉพาะการเพิ่มระดับสินค้าคงเหลือจากการเร่งผลิตสินค้าเพื่อรองรับการส่งมอบให้แก่ลูกค้าในไตรมาส 4/2569 อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าคุณภาพลูกหนี้การค้ายังคงอยู่ในเกณฑ์ดี และไม่มีปัญหาด้านสภาพคล่อง
ขณะที่เป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2569 บริษัทกำหนดกรอบไว้ที่ 23–25% โดยช่วง 9 เดือนแรกสามารถทำได้ 24.4% ซึ่งยังอยู่ภายในกรอบเป้าหมายที่กำหนด ทั้งนี้ บริษัทมีแนวทางบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ผ่านกลไกการปรับราคาสินค้าตามรอบปกติ รวมถึงการเจรจากับลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนการดำเนินงาน
นอกจากนี้ ITC ยังให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงด้านตลาด เนื่องจากปัจจุบันรายได้จากการขายประมาณ 60% มาจากตลาดสหรัฐอเมริกา บริษัทจึงเร่งขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคอื่น เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง รวมถึงลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีนำเข้า โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่ในยุโรปจำนวน 15 ราย และในภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา รวมอีก 12 ราย
อย่างไรก็ตาม รายได้จากลูกค้าใหม่ในปีแรกอาจยังมีสัดส่วนไม่สูงนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการเริ่มต้นโครงการใหม่ แต่บริษัทคาดว่าโครงการเหล่านี้จะมีโอกาสขยายขนาดและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีถัดไป ขณะที่ตลาดเอเชียยังคงเผชิญการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
สำหรับแผนการเติบโตระยะยาว ITC ตั้งเป้ารายได้ภายในปี 2573 จากการเติบโตของธุรกิจเดิม (Organic Growth) ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรายได้เพิ่มเติมจากการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) อีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเป้าหมายรายได้รวมจากทั้งสองส่วนประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มรับจ้างผลิตภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (Private Label) ในสหรัฐอเมริกา ควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ในยุโรปและเอเชีย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้และลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาด
ส่วนการจัดสรรเงินทุน บริษัทจะพิจารณาโอกาสการลงทุนโดยให้ความสำคัญกับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเทียบกับต้นทุนเงินทุนระยะยาว ตลอดจนความสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจ เพื่อให้การลงทุนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างเหมาะสม ขณะที่ นโยบายการจ่ายเงินปันผลยังคงกำหนดไว้มากกว่า 50% ของกำไรสุทธิ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
