SET ปิดลบ 9 จุด แรงขายโรงกลั่น-ท่องเที่ยวกดดัน แนวโน้มพรุ่งนี้ไซด์เวย์

SET ปิดลบ 8.92 จุด รับแรงขายหุ้นโรงกลั่น หลังรัฐปรับสูตรราคาน้ำมันใหม่ ผสมโรงทัวร์จีนชะลอตัว ขณะที่แบงก์ช่วยพยุงหลัง กนง.คงดอกเบี้ยและเพิ่มคาดการณ์ GDP บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มองพรุ่งนี้แกว่งไซด์เวย์ แนวรับ 1,560 จุด แนวต้าน 1,585 จุด


10 หุ้นกดดัชนีวันนี้

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายวันนี้ (28 ต.ค. 69) ที่ระดับ 1,566.10 จุด ลดลง 8.92 จุด หรือ 0.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 65,443.68 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายวันนี้ (28 ต.ค. 69) ที่ระดับ 1,566.10 จุด ลดลง 8.92 จุด หรือ 0.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 65,443.68 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน ทำระดับสูงสุดที่ 1,576.55 จุด และต่ำสุดที่ 1,565.52 จุด

นายชยุต ไกรลาศรัตนศิริ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงและเคลื่อนไหวอ่อนแอกว่าตลาดหุ้นภูมิภาค (Underperform) โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น หลังภาครัฐประกาศปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยถอดค่าใช้จ่ายสมมติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกจากสูตรคำนวณราคา ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เกิดแรงขายหุ้นในกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากนักลงทุนกังวลผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะถัดไป

ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม อาทิ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ปรับตัวลดลง หลังมีรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 ชะลอตัวลง 24.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงพยุงจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่ตลาดคาดการณ์ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร นอกจากนี้ ยังเป็นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ หลังเริ่มเห็นทิศทางเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นต่างประเทศ ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทย อาทิ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE และบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA อย่างไรก็ตาม หุ้นบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ยังคงปรับตัวลดลง หลังรายงานกำไรไตรมาส 3/2569 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันดัชนี

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ปิดที่ 232.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 1.28% มูลค่าซื้อขาย 6,834.39 ล้านบาท

  2. KBANK ปิดที่ 250.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 2.04% มูลค่าซื้อขาย 5,324.72 ล้านบาท

  3. PTTGC ปิดที่ 51.00 บาท ลดลง 3.25 บาท หรือ 5.99% มูลค่าซื้อขาย 2,914.09 ล้านบาท

  4. TOP ปิดที่ 65.25 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 3.33% มูลค่าซื้อขาย 2,832.52 ล้านบาท

  5. SCB ปิดที่ 154.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.65% มูลค่าซื้อขาย 2,654.68 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (29 ต.ค. 69) บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินว่า SET Index จะเคลื่อนไหวแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) โดยนักลงทุนยังรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และถ้อยแถลงเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ในระยะสั้น

นอกจากนี้ ปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) และความคืบหน้ามาตรการกำกับดูแลธุรกิจ Data Center ซึ่งอาจมีผลต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในระยะถัดไป

ทั้งนี้ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ให้กรอบแนวรับ SET ที่ 1,560 จุด และแนวต้านที่ 1,585 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

 

Back to top button