สังคมข่าวหุ้น

*ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,713.13 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 2.65 จุด พ่วงด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 5.7 หมื่นล้านบาท


นิวส์เวฟ

*ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,713.13 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 2.65 จุด พ่วงด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 5.7 หมื่นล้านบาท

* ขาเข้าซื้อสุทธิทางต่างชาติเข้าเก็บไป 917 ล้านบาท ตามด้วยบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ 580 ล้านบาท ส่วนขาเทขายสุทธิรายย่อยสาดกระจาย 1,325 ล้านบาท และสถาบันที่ขายไป 172 ล้านบาท

* เริ่มกันด้วยหุ้น PTTEP มีประเด็นให้พูดถึงและถือเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายมองข้ามกันไปพอควร เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง PTTEP ได้เปิดตัวผู้บริหารคนใหม่ที่เข้ามารับตำแหน่งเอ็มดีอย่างเป็นทางการ คือ “พงศธร ทวีสิน”

* ซึ่งในการแถลงข่าวเปิดวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการได้มีการกล่าวถึงประเด็นที่บริษัทกำลังศึกษาและมองหาธุรกิจใหม่มาเสริมทัพ จึงมีโอกาสในอนาคตที่ PTTEP จะไม่เป็นเพียงบริษัทที่มีแต่ธุรกิจผลิตและสำรวจ (E&P) อย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก ทั้งมีความผันผวน และยังมีพลังงานทดแทนรูปแบบใหม่ๆ เข้ามากดดัน ส่วนรายละเอียดจะเป็นธุรกิจอะไรยังไม่มีการเปิดเผยออกมา

* หากมองผ่านๆ หรือฟังแบบไม่คิดอะไร คงคิดว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปของทุกบริษัท ที่ต้องหาโมเดลธุรกิจใหม่มาต่อยอดการเติบโตเสมอ แต่ถ้ามองแบบลึกลงไปจะเห็นได้ชัดว่า ขณะนี้เอง PTTEP ได้มีความกังวลถึงสถานการณ์ธุรกิจ E&P ไม่เบาเช่นกัน ดังนั้น ใครที่มีหุ้น PTTEP ในมือหรือกำลังสนใจลงทุน อย่าลืมหยิบประเด็นนี้กลับมาพิจารณาควบคู่ไปด้วย เพราะการลงทุนต้องมองให้รอบด้าน

* หุ้นไอพีโอช่วงนี้คึกคักกันน่าดู และถือเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นหุ้นไอพีโอหลายธุรกิจพาเหรดเข้าจดทะเบียนระดมทุนกันอย่างต่อเนื่อง เพราะทำให้นักลงทุนมีลู่ทางพิจารณาหุ้นใหม่ ที่มีพื้นฐานน่าสนใจและมีโอกาสเติบโตได้ดี ล่าสุดเมื่อวาน SKE เป็นอีกรายที่ประสบความสำเร็จ สามารถทำราคาหุ้นปิดบวก 2.12 บาท เพิ่มขึ้นเกือบ 18% สูงกว่าราคาขายไอพีโอ 1.80 บาทไปได้

* ธุรกิจ SKE มีจุดแข็งด้วยสัญญางานในมือระยะยาว และจากฐานราคาปิดล่าสุด เป็นโอกาสดีที่สามารถเข้าเก็บได้แบบไม่เกินเอื้อมไป โดยเฉพาะงวดปี 2561 แนวโน้มรายได้-กำไรจะเติบโตแกร่งอย่างมาก ใครชอบหุ้นพื้นฐานดี ลงทุนได้ระยะยาว SKE เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบานะ

* ส่วนในวันนี้มีหุ้นไอพีโอน้องใหม่ถึง 2 ราย เข้าเทรดในตลาด mai แบบพร้อมกัน คือ PORT หรือ สหไทย เทอร์มินอล และ THMUI หรือ ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น นั่นเอง เริ่มจากทาง PORT กันก่อน เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่มีอนาคตสดใส เพราะเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งถือเป็นอีกสายธุรกิจที่กำลังเติบโตได้ดีในปัจจุบัน บวกกับหลังจากที่บริษัทได้รับเงินระดมทุนแล้ว จึงยิ่งมีศักยภาพขยายธุรกิจมากยิ่งขึ้น เช่น ใช้รองรับแผนเข้าซื้อเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง แผนลงทุนโครงการบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางทำรายได้ให้บริษัทในอนาคต

* ส่วน THMUI เองทำธุรกิจจัดจำหน่ายลวดสลิง สลิงผ้าใบ โซ่ รวมถึงตรวจสอบสภาพความพร้อมการใช้งานเครน ลวดสลิง นับเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจได้แตกต่างและน่าสนใจไม่เบา ที่สำคัญงบสวยโดดเด่นเลยทีเดียว อย่างงวด 9 เดือนแรกฟันกำไรสูง 24 ล้านบาท มากกว่าช่วงปีก่อนที่มีกำไรเพียง 5 ล้านบาท จึงเท่ากับเติบโตกันแบบหลายเท่าตัว

* ปิดท้ายด้วย SPALI จากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันกลับมามีผลการดำเนินงานดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะงวดไตรมาส 4 ที่มีโอกาสทำกำไรโตขึ้นจากช่วงปีก่อน ที่สำคัญราคาหุ้นเองยังแลกการ์ดเมื่อเทียบกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน ฟากโบรกฯ ให้ราคาเป้าหมายไว้ถึง 28 บาท มีอัพไซด์ให้ได้เล่นพอตัว เลยหยิบนำมาฝากให้พิจารณากันดู

Back to top button