อนาคตเยอรมนี ยุคหลังแมร์เคิล

ศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี DAX ของตลาดหุ้นฟรังเฟิร์ตของเยอรมนี เริ่มมีอาการ "เรียกขวัญกลับคืน" ได้เหนือแนวรับ 13,000 จุด หลังจากร่วงแรงมาเกือบ 500 จุด นับแต่รับข่าวความล้มเหลวในการตั้งรัฐบาลผสมเสียงข้างมาก นำโดยนาง อังเกล่า แมร์เคิล ไม่สำเร็จเป็นต้นมา


พลวัตปี 2017 : วิษณุ โชลิตกุล

ศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี DAX ของตลาดหุ้นฟรังเฟิร์ตของเยอรมนี เริ่มมีอาการ “เรียกขวัญกลับคืน” ได้เหนือแนวรับ 13,000 จุด หลังจากร่วงแรงมาเกือบ 500 จุด นับแต่รับข่าวความล้มเหลวในการตั้งรัฐบาลผสมเสียงข้างมาก นำโดยนาง อังเกล่า แมร์เคิล ไม่สำเร็จเป็นต้นมา

พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) นำโดยนางแมร์เคิล คว้าน้ำเหลวในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม 3 ฝ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า เยอรมนีอาจจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด

นักสังเกตการณ์ตลาดทุนในเยอรมนี เชื่อว่าตลาดเริ่มสงบสติลง และเชื่อว่าผลทางลบของการตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ไม่ได้รุนแรง แต่กลับเป็นผลดีด้วยซ้ำ เพราะเริ่มมีมุมมองที่ชัดเจนขึ้นใหม่ว่า การมีรัฐบาลที่เลว และไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลยอย่างก่อนการเลือกตั้งล่าสุด สู้ไม่ต้องมีรัฐบาลเลยจะดีกว่า

นักสังเกตการณ์และสื่อที่ทรงอิทธิพลในเยอรมนีเชื่อว่า การเมืองเยอรมนียังคงเดินหน้าต่อไปในรูปแบบรัฐบาลผสมเสียงข้างมาก แต่อนาคตทางการเมืองของนางแมร์เคิลต่างหาก ที่นับวันจะนับถอยหลังไปสู่จุดจบ แม้ว่าล่าสุด นางแมร์เคิลได้ยืนยันว่า ตนพร้อมจะเป็นผู้นำพรรค CDU ในการชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง หากมีการเลือกตั้งใหม่ หลังจากที่การประชุมซึ่งนำโดยนางแมร์เคิลจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม (CDU/CSU), พรรค FDP และพรรคกรีน (Die Grünen) ยังคงไม่สามารถหาข้อสรุปได้

เหตุผลของนักสังเกตการณ์และสื่อเยอรมนีนั้นดูเข้าท่า เนื่องจากที่ผ่านมา 2 ปีหลังนี้ รัฐบาลผสมของนางแมร์เคิลที่มีฉายาว่า “รัฐบาลผสมจาไมก้า” (Jamaica Coalition) ไม่สามารถบรรลุฉันทามติกันในนโยบายสำคัญทั้งภายในประเทศและสหภาพยุโรปได้ดีนัก

รัฐบาลผสมจาไมก้า เป็นฉายาที่บ่งบอกถึงการตั้งรัฐบาลผสมจากส่วนผสมทางการเมืองอันลักลั่นจากพรรค CDU (อิงอุดมการณ์คริสเตียนโปรเตสแตนท์), พรรค FDP (เสรีนิยมชัดเจน) และพรรค กรีน (Green) ที่มีจุดเหลื่อมทางนโยบายต่ำมาก ทำให้มีความล่าช้าในการรับมือกระแสสถานการณ์ต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาล่าช้า เช่นกรณีหนี้กรีซ กรณีเบรกซิท และกรณีคนเข้าเมืองผิดกฎหมายจากยุโรปตะวันออกและแอฟริกา

คนเยอรมัน และตลาดหุ้น มีมุมมองคล้ายกันว่า เป็นความผิดพลาดของนางแมร์เคิลเองในสูตรตั้งรัฐบาลผสมแบบจาไมก้า (ใช้สัญลักษณ์สีธงชาติสามสี ดำ เหลือง เขียว แบบจาไมก้า โดยไม่มีสาระเกี่ยวข้องกันเลย) โดยทำให้เกิดเป็นนโยบายสาธารณะที่เน้นความอยู่รอดแบบคณิตศาสตร์ทางการเมือง มากกว่าเป็นรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ และมีความกระตือรือร้นในการนำพาเยอรมนีและยุโรปฝ่าปัญหาใหญ่ 4 เรื่องคือ 1) การฟื้นตัวจากอัตราว่างงานที่สูงเพราะภาวะ stagflation ยาวนานกว่า 4 ปีแล้ว 2) ทิศทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจของยูโรโซนในอนาคต 3) ปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ 4) ปัญหาเอกภาพของสหภาพยุโรปที่สันติสุข และมั่งคั่ง

คนยุโรปและผู้เลือกตั้งเยอรมนี จำนวนไม่น้อย เห็นพ้องกับเสียงวิพากษ์ของปัญญาชนที่มีอิทธิพลว่า นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา รัฐบาลเยอรมนีของนางแมร์เคิล เดินหน้าผิดจังหวะในลักษณะกลัดกระดุมผิดเม็ด นับแต่เดินตามสหรัฐฯ เข้ายุ่งเกี่ยวในปฏิบัติการทางทหารที่ไร้จุดหมายในอิรัก อัฟกานิสถาน และลิเบีย ทำให้การใช้ทรัพยากรของประเทศจมปลักกับการสูญเปล่า ไม่สามารถกระตุ้นให้ภาวะเศรษฐกิจหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ดีขึ้นในยุโรป

นักคิดบางคนเสนอว่า โลกหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจล่มสลาย แต่เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่ทำให้ชาติหลักในเอเชียอย่างจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ฟูเฟื่องแซงหน้าชาติในยุโรปและสหรัฐฯ

คำถามสำคัญของเยอรมนียามนี้คือ หากรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพของนางแมร์เคิลแบบก่อนการเลือกตั้งล่าสุด สะท้อนความบิดเบี้ยวของอุดมการณ์ประชาธิปไตยแบบยุโรปภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงยามนี้ได้ไม่ดีพอ แล้วอุดมการณ์ที่บิดเบี้ยวแบบจีนซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มั่งคั่งต่อเนื่อง จะให้บทเรียนอะไรกับการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย แต่ย่อหย่อนประสิทธิภาพได้บ้าง

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเยอรมนี ที่ผ่านการขับเคี่ยวทั้งเชิงอุดมการณ์ และการเมืองที่แท้จริงมายาวนานจนค้นพบการเมืองที่มีอัตลักษณ์ของตนเอง หวังแต่ว่าการหาทางออกจาก “คอขวด” ทางการเมืองเรื่องตั้งรัฐบาลใน 1-2 เดือนข้างหน้านี้ จะค้นพบทางออกที่ดีกว่าหลงทางไปสู่การมีผู้นำแบบ โดนัลด์ ทรัมป์ แบบคนอเมริกัน หรือระบบการเมืองแบบปิดพรรคเดียวที่จีนดำเนินการอยู่

ทางออกที่คนเยอรมันคาดหวังในการผ่าทางตันตั้งรัฐบาลผสมยามนี้ ไม่ใส่ใจเลยว่าผู้นำในอนาคตของชาติ จะชื่อ อังเกล่า แมร์เคิลหรือเป็นคนอื่นๆ

คนเยอรมันคิดอย่างนี้ คงต้องได้เวลาที่นางสิงห์แมร์เคิลต้องหัดนับถอยหลังจากการเมืองลงได้แล้ว

Back to top button