SCGP อัพแวลู.!?

สำนักข่าวรัชดา


บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ถือเป็นหนึ่งในสามขาของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC (ประกอบด้วยขาซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ขาปิโตรเคมี และขาแพ็กเกจจิ้ง หรือบรรจุภัณฑ์) ที่แข็งแรงสุด..!!

แต่เมื่อตรงนี้แข็งแกร่งแล้ว สเต็ปถัดไปก็ต้องสร้างการเติบโต อัพแวลู แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้เกิดการ Synergy ธุรกิจระหว่างกัน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเห็นได้จากการอัพแวลูของ SCGP หนึ่งในนั้นคือ การประกาศซื้อหุ้น 85% ใน Deltalab, S.L. ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุอุปกรณ์การแพทย์ในสเปน…เป็นการต่อยอด โดยใช้วิธี M&A ทำให้ไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ให้เสียเวลา

โดย Deltalab เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์คุณภาพสูงในยุโรป มีผลิตภัณฑ์กว่า 15,000 หน่วย และกำลังการผลิต 250 ล้านชิ้นต่อปี สินค้าที่โดดเด่น อาทิ ถ้วยเก็บตัวอย่างของเหลวจากร่างกายและหลอดสุญญากาศสำหรับถ่ายเทตัวอย่าง หลอดเก็บตัวอย่างเลือด หลอดขนาดเล็กสำหรับงานวิเคราะห์พันธุกรรม หลอดปิเป็ตขนาดต่าง ๆ สำหรับถ่ายเท ตวงของเหลว ตู้แช่แข็งเก็บวัคซีน และตัวอย่างทางพันธุกรรม เป็นต้น โดยส่งออกสินค้าไปยัง 125 ประเทศทั่วโลก

ขณะที่ในปี 2563 Deltalab มีรายได้ราว 2,800 ล้านบาท และมีสินทรัพย์อยู่ที่ 2,100 ล้านบาท

นั่นเท่ากับว่า SCGP ซื้อปุ๊บ…บันทึกปั๊บ รับรู้รายได้ได้ทันที..!!

และนอกจากได้ผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ก็ยังสามารถ Synergy ธุรกิจกันในอนาคตได้อีกด้วย

ที่สำคัญ แม้ SCGP ทำบรรจุภัณฑ์ แต่อยู่ภายใต้ SCC ซึ่งขาหนึ่งทำปิโตรเคมี ก็สามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ จะทำให้ Deltalab ได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนที่ถูกลง ทำให้มีมาร์จิ้นสูงขึ้น นั่นหมายถึงโปรดักส์ของ Deltalab จะช่วยเพิ่มแวลูให้กับ SCGP ด้วย

ขณะที่การเข้าลงทุนใน Deltalab นั้น ถือเป็นใบเบิกทางในการขยายธุรกิจสู่ตลาดบรรจุภัณฑ์เฉพาะกลุ่มที่มีมาร์จิ้นค่อนข้างสูง

โอเค…แม้ในระยะแรกสัดส่วนตรงนี้อาจยังไม่มาก เมื่อเทียบกับพอร์ตรายได้ของ SCGP แต่ก็จะมีมูลค่าเพิ่มในอนาคต…

อย่าลืมว่า ตลาดนี้ยังเป็นบลูโอเชียนที่มีโอกาสขยายตัวในอนาคตอีกมากตามเมกะเทรนด์การรักษาสุขภาพและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของตลาดโลก โดยประเมินกันว่า อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์ ในยุโรปมีขนาดตลาดสูงถึง 8.1 แสนล้านบาท และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท โดยคาดว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7-9% ต่อปี

นั่นหมายถึง โอกาสในการ Growth ของ SCGP ก็จะสูงตามไปด้วย..!?

จากที่เห็น SCGP เติบโตดีอยู่แล้ว โดยปี 2562 มีกำไรสุทธิ 5,268 ล้านบาท รายได้รวม 89,783 ล้านบาท ปี 2563 กำไรสุทธิปาไป 6,457 ล้านบาท รายได้รวม 93,388 ล้านบาท ล่าสุดไตรมาสแรกปีนี้ ฟันกำไรสุทธิไปแล้ว 2,134 ล้านบาท รายได้รวม 27,643 ล้านบาท ก็คงโตระเบิดเถิดเทิงขึ้นไปอีก…

ก็น่าจับตา หลังจากนี้จะดีล M&A บริษัทระดับโลกอะไรอีกบ้าง..? แต่เชื่อเถอะว่า SCGP คงไม่หยุดอยู่แค่นี้หรอก…เชื่อหัวไอ้เรืองสิ

จะว่าไปก็น่าอิจฉา SCC เนอะที่มีลูกดีเป็นศรีแก่ตัวอย่างนี้…

…อิ อิ อิ…

Back to top button