ตัวท็อป..โตกระฉูด

ดัชนีปิดที่ระดับ 1,644.01 จุด บวกไป 5.28 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.64 หมื่นล้านบาท เป็นสัญญาณให้รู้ว่า ดัชนีจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,650 จุด


*ก่อนอื่นต้องย้ำกับแฟนคลับทุกคนว่า การที่ดัชนีขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,644.01 จุด บวกไป 5.28 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.64 หมื่นล้านบาท เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ดัชนีพร้อมจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,650 จุดเป็นรอบที่ 3 ซึ่งไม่มีใครรู้ว่า เที่ยวนี้จะผ่านไปแบบสวย ๆ หรือจะร่วงเป็นนกปีกหักเหมือนเที่ยวก่อนหรือเปล่า? เดี๊ยนจึงอยากให้นักเล่นเตรียมพร้อมสำหรับการเล่นในวันนี้นะจะบอกให้

*สาเหตุที่อยากให้แฟนคลับเตรียมพร้อมเนิ่น ๆ เพราะตามตำราเทคนิคบอกไว้ชัดเจนว่า การขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญรอบสามมักไปได้ดี “โมนิก้า” เลยเชื่อว่า จังหวะนี้ต้อง follow buy แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผสานกับข้อมูลเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ ก็กระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงเชื่ออย่างสนิทใจว่า แรงขายจะเบาบางลงไปโดยปริยาย และจะถูกแทนที่ด้วยแรงซื้อที่เข้ามาเก็บหุ้นปันผล และแรงซื้อจากกองทุน LTF-RMF ไงล่ะคะ

*ที่น่าสนใจคือ แรงซื้อดังกล่าวยังถูกซับพอร์ตจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี “โมนิก้า” ถึงมองเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และเรื่องนี้สังเกตได้จากผู้คนมากมายที่ออกมาใช้ชีวิตแบบลั้นลากันมากขึ้น และเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเริ่มเยอะขึ้น จนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมามีชีวิตชีวา ผสานกับบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่คาดหวังถึงในผลงานในไตรมาส 4 จะออกมาแบบเจิดจรัส ผู้คนเลยมีอาการฮึกเฮิมมากกว่าเดิมเจ้าค่ะ

*โดยเฉพาะในรายของหุ้นสุดเลิฟอย่าง EA ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และยังมีข่าวดีเกี่ยวกับโรงแบตฯ เมล์ไฟฟ้า และเรือไฟฟ้า ล้วนเป็นสตอรี่ที่น่าจะทำให้ผลงานในปี 65 เข้าสู่โหมดโตต่อเนื่องแบบไม่เป็นสองรองใคร จึงกล้าพูดแบบไม่กระดากปากว่า “โนสน โนแคร์” เมื่อราคาหุ้นทรุดตัวลง เพราะนั่นเป็นเรื่องเกมราคาหุ้น แต่สุดท้ายหุ้นจะวิ่งขึ้นมารับพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น วานนี้ถึงเห็นหุ้นขึ้นมาปิดที่ 70 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 1.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.37 พันล้านบาทแบบสบาย ๆ นะตัวเอง

*เฉกเช่นเดียวกับในรายของ JMT ซึ่งกลายเป็นหุ้นบ่อน้ำมันที่สูบไม่มีวันหมด เพราะตราบใดที่มีหนี้เสียเกิดขึ้นทุกไตรมาส ก็เข้าทางปืนหุ้นตัวนี้แบบเต็มข้อ และในปีนี้มีหนี้เสียที่ซุกไว้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้าน ย่อมผลักดันให้หุ้นตัวนี้โตสะบึมฮึ่มแบบไม่มีลิมิตในปีหน้า “โมนิก้า” ถึงเชื่อมาตลอดว่า หุ้นตัวนี้ต้องมีดีลพิเศษระดับประเทศเกิดขึ้นอีก และการยืนปิดที่ระดับ 56.50 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 3.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.08 พันล้านบาท คือการเฉลยคำตอบบางอย่างนะจ๊ะ

*ในเมื่อลูกไปได้สวยสดงดงาม “โมนิก้า” ย่อมมองไปที่ยานแม่อย่าง JMART อย่างรวดเร็ว เพราะผลบวกทุกอย่างจะสะท้อนกลับมาที่ยานแม่แบบเต็ม ๆ และในปีนี้ก็ได้เห็นแล้วว่า ตุนกระสุนเพื่อทำให้อาณาจักรโตเป็นบริษัทแสนล้าน เดี๊ยนจึงอยากให้แฟน ๆ ประเมินการยืนปิดที่ระดับ 47.50 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.28 พันล้านบาทต่ำกว่าแวลูในอนาคตขนาดไหน?..ทราบแล้ว บอกด้วยจ้า!

*อีกรายที่น่าจับตาเป็นพิเศษ “โมนิก้า” คงเทหน้าตักไปที่หุ้น MEGA หลังกลายเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนไปเสียแล้ว แถมยุคนี้ใช้เรื่องสุขภาพนำหน้าเรื่องอื่น ๆ ยิ่งทำให้เข้าใจในคำพูดที่ว่า “ความแข็งแรงมาจากข้างใน” ได้เป็นอย่างดี จึงเชื่อได้ว่า หุ้นตัวนี้จะโตได้อีก และการที่หุ้นขึ้นมายืนปิด 52.75 บาท บวกไป 5.25 บาท หรือขึ้นไป 11% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.82 พันล้านบาท ท่ามกลางราคาเป้า 60 บาทอัพ..มันน่าสนใจไม่น้อยนะคะ

*คล้ายกับการทะยานขึ้นของหุ้น UBE ท่ามกลางสตอรี่โตต่อเนื่องเป็นแบ็คอัพ “โมนิก้า” ย่อมให้ความสนใจขึ้นมาทันที แถมปัญหาค้างคาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเก่าถูกขจัดเกลี้ยง (ว่ากันว่า กลุ่มโรจนพฤกษ์ไปหมดแล้ว) จึงน่าจะปูทางให้หุ้นขึ้นไปยืนเหนือราคาไอพีโอ 2.40 บาทได้ไม่ยากเย็น หลังหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 2.06 บาท บวกไป 0.13 บาท หรือขึ้นไป 6.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 258 ล้านบาทแล้วน่ะซี

*ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องกลับมามองหุ้นขวัญใจของคนที่นิยมเล่นหุ้นต่ำบาทกันสักหน่อย เพราะสตอรี่ที่ทุกคนรับรู้เป็นอย่างดีคือ ปีหน้า PSG น่าจะถูกเลื่อนชั้นขึ้นไปเป็นหุ้นเทิร์นอะราวด์แบบเต็มตัว และผลงานตั้งแต่ไตรมาส 1 จะเริ่มสะท้อนตัวตนที่แท้จริง ขณะที่ไตรมาส 2 น่าจะช่วงของการเริ่มโชว์ของให้เห็น เดี๊ยนถึงมองการขึ้นมาปิดที่ระดับ 0.63 บาท บวก 0.04 บาท หรือขึ้นไป 6.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 168 ล้านบาท น่าจะมีอะไรกระมัง!..อิอิอิ

Back to top button