SCC ใจป้ำเกินคาด

บรรดาผู้ถือหุ้นของ SCC คงดีใจมิใช่น้อยเลยกับความใจป้ำของคณะกรรมการบริษัทที่อนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวดกลางปี


บรรดาผู้ถือหุ้นของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC คงดีใจมิใช่น้อยเลยกับความใจป้ำของคณะกรรมการบริษัทที่อนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวดกลางปีหุ้นละ 6 บาท ทั้งที่งบกำไรสุทธิออกมาลดลงจากปีก่อนค่อนข้างเยอะ

คำอธิบายและการวิเคราะห์ ของฝ่ายจัดการ ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2565 และช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ระบุว่า ในไตรมาส 2 ปี 2565 SCC กําไรเท่ากับ 9,937 ล้านบาท ลดลงมากถึง 30% เนื่องจากบริษัทย่อยและรายได้เงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น (ธุรกิจยานยนต์และเคมีภัณฑ์) ลดลง และการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบตามราคาน้ำมัน แต่เพิ่มขึ้น 12% จาก ไตรมาสก่อน

ไตรมาส 2 ปี 2565 SCC มีรายได้จากการขาย 152,534 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อน โดยธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและธุรกิจแพคเกจจิ้งมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ธุรกิจเคมิคอลส์มีรายได้ลดลง เนื่องจากแผนซ่อมบํารุง Polyolefin และความต้องการของตลาดที่ปรับตัวลง โดยมีกำไรก่อนหักภาษีและต้นทุนการเงิน EBITDA หรือ เพิ่มขึ้นมากถึง 41% จากไตรมาสก่อน… สิ่งที่ตอกย้ำว่าตัวธุรกิจเริ่มฟื้นตัวชัดเจนหลังจากทรุดตัวลงในไตรมาสแรกค่อนข้างมาก ทั้งจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และราคาน้ำมันแพง มาอยู่ที่ 42,468 ล้านบาท แต่กําไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่  18,781 ล้านบาท

ธุรกิจแพคเกจจิ้งซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มใหญ่สุดของอาเซียน มีรายได้จากการขายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 และมีกําไรสําหรับงวดเท่ากับ 3,514 ล้านบาท ลดลง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การใจป้ำของ SCC ที่แม้จะจ่ายปันผลลดลง เมื่อเทียบกับงวดกลางปีของปีก่อนที่จ่ายปันผลมากถึง 8.50 บาทต่อหุ้น และฟันธงจ่ายปันผลงวดปลายปีอีกหุ้นละ 10.00 บาท ทำให้ผู้ถือหุ้นรักหุ้นราคาสูงลิ่วระดับใกล้ 400 บาทต่อหุ้น ไม่ถือเป็นหุ้นที่แพงอีกต่อไป

เอาเป็นว่าถ้าบริษัทย้ำใจป้ำจ่ายปันผลเป็นเงินสดจากกำไรสะสมที่มีขณะนี้ 3.75 แสนล้านบาท เท่าการันตีว่าหากถือหุ้นนี้ต่อไปอีกไม่เกิน 8 เดือนเงินปันผลงวดสิ้นปีอาจจะมีซ้ำรอยปีก่อนที่ระดับหุ้นละ 10  บาทก็ได้ในฐานะที่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สุดยอดว่าด้วยการ “สร้างมูลค่าทางลัด” อันเป็นงานถนัดของค่าย SCC ที่คุ้นเคยกันมายาวนาน ชนิดไร้เทียมทาน

นอกจากการทำกำไรตอนนี้ราคาบุ๊กแวลูของบริษัททะลุเกิน 300 บาทเป็นครั้งแรก แต่การใช้ตลาดทุนให้เป็นประโยชน์ในการสร้างมูลค่าผู้ถือหุ้น ผ่านการแตกบริษัทในเครือเข้าตลาดทำนองเดียวกัน SCGP ให้เห็นอีกไม่นานเกินรอในช่วงไตรมาส 4 ที่จะส่งผลให้ระยะยาวจะทำให้ SCC กลายเป็นโฮลดิ้ง คอมพานีโดยปริยายแบบเดียวกับ INTUCH และ PTT ที่ล่วงหน้าไปก่อน

กลยุทธ์ที่ว่านี้ นั่นคือเป็นบริษัทที่รับรู้รายได้จากการลงทุนในบริษัทใต้ร่มธงไม่ใช่บริษัทที่มีการผลิตอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งผลลัพธ์คืออัตรากำไรสุทธิที่จะเพิ่มขึ้นโดยปริยาย

อย่าแสร้งโง่ทำเป็นลืมไปเสียล่ะ เดี๋ยวจะโดน “น็อกมืด” เสียก่อนล่ะ……จะหาไม่บอกกันอีก

Back to top button