จีนล็อกดาวน์เขย่ากลุ่มอิเล็กฯ

แพนิกต่อตลาดภูมิภาคและหุ้นไทยระยะสั้น เมื่อจีนสั่งล็อกดาวน์นครเฉิงตู ถือเป็นการปิดเมืองขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ต่อเนื่อง 2 เดือน


*แพนิกต่อตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยระยะสั้น เมื่อจีนมีคำสั่งล็อกดาวน์ “นครเฉิงตู” ถือเป็นการปิดเมืองขนาดใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่การล็อกดาวน์นครเซี่ยงไฮ้ต่อเนื่อง 2 เดือนในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ของประชาชนในประเทศตัวเองแล้ว ยังสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอีกด้วย  โดย “โมนิก้า” รู้มาว่าเป็นฐานการผลิตของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ รวมถึงโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป และโฟล์กสวาเกนประจำประเทศจีนเจ้าค่ะ

*อีกทั้งนครเฉิงตู ถือเป็นที่ตั้งของบริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี กรุ๊ป ผู้ประกอบไอโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ ให้กับแอปเปิล อิงค์ รวมทั้งบริษัทต่างชาติอื่น ๆ มีโรงงานตั้งอยู่ในเมืองดังกล่าวเยอะแยะ เบื้องต้นคาดว่ามีการชะงักในการส่งออก-นำเข้า สินค้าต่าง ๆ ไปยังประเทศอื่นทั่วโลก ดังนั้น “โมนิก้า” คาดว่าหากการล็อกดาวน์ยืดเยื้ออาจกระทบต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้เพคะ

*ด้วย sentiment เชิงลบ ทำให้เกิดแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ออกมา ขณะที่การล็อกดาวน์ “นครเฉิงตู” ทำให้ดัชนีแกว่งตัวผันผวนค่อนข้างอิงไปทางลบระหว่างวัน แม้ว่าช่วงท้ายตลาดจะเด้งกลับปิดบวกได้เล็กน้อยอยู่ที่ 1,622.15 จุด บวกไป 0.20 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.13 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม “โมนิก้า” มองถึงความไม่ปลอดภัยของ SET เพราะอยู่ระดับเส้นยาแดงผ่าแปดเจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับ HANA หลายฝ่ายมองอาจกระทบห่วงโซ่อุปทาน และลูกค้ากลุ่มมือถือสะดุด หากล็อกดาวน์ยืดเยื้อไปอีก พร้อมกับมีโรงงานในจีนสัดส่วนรายได้ 18% ของรายได้รวม เหตุดังกล่าวทำให้เกิดการแพนิก จนโดนเทขายหุ้นออกมาฉุดราคาหุ้นลงมาปิดที่ระดับ 40.50 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1.22% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 307 ล้านบาท “โมนิก้า” ดูสถานการณ์แล้วใส่เกียร์ถอยหลังเพื่อตั้งรับดีกว่า เพื่อความปลอดภัยเจ้าค่ะ

*สถานการณ์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับ DELTA โดนเทขายลดความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาหุ้นรูดต่อลงมาปิดที่ระดับ 510 บาท ลบไป 14 บาท หรือลงไป 2.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 944 ล้านบาท ดังที่วันก่อน “โมนิก้า” เคยเมาท์ให้ฟังไปแล้วว่า คุ้มกับความเสี่ยงจริงไหม? ที่คิดเข้าเก็บหลังหุ้นพุ่งขึ้นแรง แล้วทรุดฮวบทันที และต้องลุ้นเฮือกใหญ่ว่า โลว์เดิมที่เคยรับหุ้นไว้บริเวณ 490 บาทจะเอาอยู่ไหมจ๊ะ

*เหมือนกับกรณีของ KCE ถูกกดดันอย่างหนักจากประเด็นล็ประเดนล็อกดาวน์ “เฉิงตู” เป็นบ่อเกิดให้หุ้นราคาทรุดต่อมาปิดที่ 51.25 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 3.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.08 พันล้านบาท งานนี้ “โมนิก้า” บอกเลยนอกจากกระทบตัวเลขส่งออกแล้ว ยังต้องกลับมากุมขมับเรื่อง “วัตถุดิบ” อีกระลอก งวดนี้ก็ไม่รู้ว่าจะนำบทเรียนที่เคยได้รับไปก่อนหน้านี้มาปรับใช้เพื่อลดแรงกระแทกหรือไม่ สงสัยนักลงทุนคงต้องหาคำตอบงบไตรมาส 3 นี้ล่ะจ้า

*ทั้งนี้มาเม้าท์เรื่องหุ้นบวกกันบ้างอย่างหุ้นเสริมภูมิอย่าง MEGA ที่นักวิเคราะห์การันตีกำไรโตต่อเนื่อง ด้วยเจ้าคุณทูนหัวเป็นรายใหญ่สายวิตามินแถมแตกไลน์ไปเมืองฝรั่งมังค่าสร้างเกาะคุ้มกันชาวประชา หลังไวรัสเกิดใหม่ผุดยิ่งกว่าดอกเห็ด เพิ่มดีมานด์ติดเทอร์โบ ดันราคาหุ้นเด้งปิดที่ 50.25 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 2.03% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 216 ล้านบาท “โมนิก้า” ได้นั่งจับยามสามตาก็เห็นแววไตรมาสโตทะลักเจ้าค่ะ

*ปิดท้ายมาที่หุ้นฟอร์มสวยขาขึ้นเต็มตัวอย่าง AH ล่าสุดราคาหุ้นทะยานต่อขึ้นมาปิดที่ระดับ 27.25 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 9% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 376 ล้านบาท พร้อมทำนิวไฮในรอบ 8 เดือน โดยเป็นขาขึ้นผิดหูผิดตาแบบมาไม่ใช่เล่น ๆ มิหนำซ้ำหัวเรือใหญ่ “เย็บ ซู ชวน” ส่งซิกไตรมาส 3 โตแน่  รับออเดอร์ชิ้นส่วนยานยนต์ EV หนุน และย้ำรายได้ปีนี้โต 30% ทำให้เดี๊ยนเชื่ออย่างสนิทใจว่าความแข็งแกร่งยังช่วยดันราคาไปต่อไม่รอแล้วนะจ๊ะ

Back to top button