หุ้นทางเลือก

ก่อนอื่นต้องเรียนมิตรสหายให้ทราบตามตรงว่า “โมนิก้า” ไม่เคยสถาปนาตัวเองเป็นกูรูเหมือนนักเล่นบางรายที่มีคนคอยยกหางตลอดเวลา


ก่อนอื่นต้องเรียนมิตรสหายให้ทราบตามตรงว่า “โมนิก้า” ไม่เคยสถาปนาตัวเองเป็นกูรูเหมือนนักเล่นบางรายที่มีคนคอยยกหางตลอดเวลา จึงไม่ต้องมีลูกหาบคอยมาออกหน้าแทนอยู่ร่ำไป เพราะท้ายสุด “เวลา” จะเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และจะทำให้รู้ว่า “ไผเป็นไผ” เดี๊ยนถึงพยายามเสนอทางเลือกใหม่ ๆ ให้แฟนคลับ เพื่อทำให้เห็นว่า ทุกอย่างมีสองด้านเสมอนะจะบอกให้

เหมือนกับอาการตุปัดตุเป๋ของดัชนีเป็นเวลาร่วมเดือน มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไม่เป็นใจ “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินการตีกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,668.63 จุด บวกไป 10.94 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.60 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ช่วงเช้าแสดงอาการทรุดอีกรอบแบบนี้ มันเป็นจังหวะที่ต้องเล่นตามน้ำไหม? ขณะเดียวกันก็ไม่ควรลืมว่า ดัชนีเคยมีอาการ เด้ง..เด้ง..เด้ง ถัดจากนั้นก็ ร่วง..ร่วง..ร่วง ยังจำได้บ่!

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะเม้าท์ถึงหุ้นทางเลือกอีกครั้ง เพราะหุ้นที่เม้าท์ถึงอยู่ในกลุ่มที่ทำผลงานดี จึงมีอัพไซด์ให้วิ่งค่อนข้างเยอะ โดยเรื่องนี้จะได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นทางการเมื่อประกาศงบไตรมาส 1-2 และกลายเป็นหุ้นที่น่าเล่นสำหรับความคิดของอีฉัน แถมเมื่อเหลือบดูตัวเลขสำคัญอย่างค่า PE ก็ไม่สูง จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเล่นรอบนะจะบอกให้

เช่นเดียวกับในรายของ WHA ภายใต้การกุมบังเหียนของ “เจ๊จูน” ก็เห็นกันทนโท่ว่า ปีนี้ออลไทม์ไฮอย่างแน่นอน ราคาหุ้นก็น่าจะวิ่งได้ไกลกว่านี้ “โมนิก้า” ถึงกล้าฟันธงว่า การยืนปิดที่ระดับ 4 บาท บวกไป 0.14 บาท หรือขึ้นไป 3.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.29 พันล้านบาท ยังน่าเล่นเหมือนเดิม แถมโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ระดับ 4.50 บาทแบบนี้..มันมีอะไรที่ต้องกลัวอีกเหรอคะ

เรื่องข้างต้นคล้ายคลึงกับสถานการณ์ของหุ้น ITC ทุกประการ เพราะของมันเห็นกันอยู่แล้วว่า โตกระฉูด! แต่นักเล่นบางกลุ่มกลับ “กลัวนั่น กลัวนี่” แต่สุดท้ายก็พิสูจน์ด้วยกำไรปี 65 โตกว่าคาด และเรื่องนี้ก็ถูกย้ำหัวหมุดด้วยตัวเลขกำไรโตสุดของบริษัท “เนสท์เล่” ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหาร และเครื่องดื่มรายใหญ่สุดของโลก โดยครอบคลุม 190 ประเทศทั่วโลก มาจากธุรกิจอาหารหมาแมว “โมนิก้า” ถึงมองการยืนปิดที่ 32 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 414 ล้านบาท ยังมีแก๊ปให้วิ่งอีกเพียบนะนายจ๋า!

คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้นแบงก์รัฐอย่าง KTB ก็มีสตอรี่กำไรโตเข้ามาเป็นประเด็นซัพพอร์ตเป็นระยะ ยิ่งปีนี้มีการเลือกตั้งใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง แบงก์รายนี้ย่อมถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน “โมนิก้า” ถึงเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า การขยับขึ้นรอบใหม่เป็นวันที่ 2 คือจุดที่เล่นตามน้ำได้สบาย ๆ เพราะการยืนปิดที่ 17.50 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 1.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.02 พันล้านบาท ยังต่ำกว่าเป้าที่โบรกฯ ให้ไว้เยอะจ้า

ส่วนรายที่ “มาแน่ โตแน่” คงต้องยอมซูฮกให้กับหุ้นท้องฟ้า SKY หลังหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 30.75 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 6.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 389 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time high มันเป็นระดับที่เรียกว่า โอเว่อร์แวลูหรือไม่? “โมนิก้า” ขอแนะนำให้ไปดูที่ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละเดือนเกินเป้าที่ตั้งไว้ขนาดไหน? เพราะจะเป็นตัวบอกใบ้ให้รู้ว่า หุ้นยังไปอีกไกลไหมพะย่ะค่ะ

อีกรายที่น่าตามดู “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น AP ซึ่งกำลังเปล่งปลั่งสุด ๆ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ผนวกกับมีการเม้นท์ถึงหุ้นตัวนี้สนั่นหวั่นไหว เดี๊ยนถึงเชื่อว่า ปีนี้น่าจะทำผลงานบรรเจิดอีกปีหนึ่ง แถมทุกอย่างก็เข้าทางอสังหาฯ รายนี้เต็ม ๆ จึงเชื่อว่า การยืนปิดที่ระดับ 12.60 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 2.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 753 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 7 เท่าแบบนี้..เล่นไหมจ๊ะ

ประเด็นดังกล่าวทำให้เดี๊ยนอยากเม้าท์ถึงหุ้นน้องใหม่ CHASE สักนิดหนึ่ง เพราะการเข้าตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการวานนี้ คือก้าวสำคัญที่จะทำให้บริษัทมีกระสุนลุยซื้อหนี้แบบจุใจ และทำให้การเติบโตปีละ 30% กลายเป็นเรื่องง่ายอีกเช่นกัน (รุ่นพี่ในตลาดหุ้นก็โตแบบนี้ทั้งนั้น) “โมนิก้า” เลยเดาว่า การลงมายืนปิดที่ 3 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 3.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.81 พันล้านบาท คือการเขย่าให้แรงขายสะเด็ดน้ำ เพื่อเซตเกมให้เล่นกันยาว ๆ เจ้าค่ะ

Back to top button