Nike กับสงครามรองเท้ากีฬา

ต้นสัปดาห์ก่อน (6 พ.ย.) ไนกี้ (Nike) ได้ยื่นฟ้อง 2 แบรนด์รองเท้าชื่อดังสัญชาติเดียวกัน คือ นิวบาลานซ์ (New Balance) และสเก็ตเชอร์ส (Skechers)


ต้นสัปดาห์ก่อน (6 พ.ย.) ไนกี้ (Nike) หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตสินค้าเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬาสัญชาติอมริกันชื่อดังของโลก ได้ยื่นฟ้อง 2 แบรนด์รองเท้าชื่อดังสัญชาติเดียวกัน คือ นิวบาลานซ์ (New Balance) และสเก็ตเชอร์ส (Skechers) โดยกล่าวหาว่า นิวบาลานซ์และสเก็ตเชอร์ส ทำการละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีการผลิตรองเท้าของไนกี้ ในส่วนการผลิตส่วนบน (upper) ของรองเท้าสนีกเกอร์ (รองเท้ากีฬา)

เนื้อหาคำฟ้องร้องดังกล่าว ระบุว่า รองเท้านิวบาลานซ์และรองเท้าสเก็ตเชอร์สหลายรุ่น มีการใช้เทคโนโลยี “ฟลายนิต” (Flyknit) ของไนกี้ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรสำหรับการผลิตทั้งรองเท้าวิ่ง รองเท้าฟุตบอล และรองเท้าบาสเก็ตบอลไว้แล้ว

สำหรับเทคโนโลยี Flyknit นั่นก็คือวัสดุที่ประกอบด้วยเกลียวเส้นด้ายที่แข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบาที่ทอออกมาเป็นส่วนบนแบบชิ้นเดียว ช่วยให้เท้าของนักกีฬากระชับเข้ากับพื้นรองเท้ามากขึ้น

“รูปแบบการถักที่ต่างกันของแต่ละประเภทนั้น นำมาใช้ร่วมกันในส่วนบน Flyknit ชิ้นเดียว บริเวณหนึ่งจะมีการถักทอที่แน่นกว่าเพื่อให้มีการรองรับเท้ามากขึ้น ในส่วนอื่น ๆ จะดีไซน์ให้ยืดหยุ่นมากขึ้นหรือระบายอากาศได้ดีขึ้น โดยอาศัยข้อมูลจากการศึกษาเท้ามากกว่า 40 ปี จาก Nike เป็นตัวระบุว่าควรจัดวางแต่ละรูปแบบไว้ตำแหน่งใด”

“ไนกี้” ระบุว่า ได้แรงบันดาลใจการพัฒนาเทคโนโลยี Nike Flyknit จากความคิดเห็นของบรรดานักวิ่ง โดยออกแบบผ้ามาเป็นพิเศษให้พอดีราวกับถุงเท้า พร้อมการรองรับและความทนทานสำหรับการเล่นกีฬา..

กรณีการฟ้องร้อง “นิวบาลานซ์” ไนกี้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ด้วยข้อหาที่ว่า รองเท้าจากเฟรช โฟม (Fresh Foam), ฟูเอลเซลล์ (FuelCell) และไลน์การผลิตอื่น ๆ ของนิวบาลานซ์ มีการละเมิดสิทธิ์ในสิทธิบัตรของไนกี้ 

ส่วนการฟ้องร้อง “สเก็ตเชอร์ส” ไนกี้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลฯ ในลอสแอนเจลิส ด้วยข้อหาที่ว่า รองเท้าสเก็ตเชอร์ส รุ่นอัลตรา เฟล็กซ์ (Ultra Flex) และ ไกลด์ สเต็ป (Glide Step) มีการละเมิดสิทธิบัตรของตนเอง

โดย “ไนกี้” ได้ร้องขอให้ศาลเรียกค่าเสียหาย แต่ไม่ระบุจำนวนเงินและขอให้ศาลออกคำสั่งห้ามนิวบาลานซ์และสเก็ตเชอร์ส ละเมิดสิทธิบัตรอย่างถาวร..!! 

ขณะที่ “นิวบาลานซ์” แถลงการณ์ว่า “เคารพในสิทธิ์แห่งทรัพย์สินทางปัญญาของคู่แข่งอย่างเต็มที่ แต่ “ไนกี้” ไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการออกแบบและผลิตรองเท้า โดยวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมที่ใช้ในอุตสาหกรรมนี้มานานหลายทศวรรษ”

ก่อนหน้านี้ “ไนกี้” เคยมีการฟ้องร้องอาดิดาส (Adidas), พูมา (Puma) และ ลูลูเลมอน (Lululemon) ข้อหาละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีในตระกูลฟลายนิตเช่นกัน

กรณี “อาดิดาส” และ “พูมา” ได้ยุติคดีความแล้ว ส่วนคดี “ลูลูเลมอน” ยังดำเนินอยู่ตามขั้นตอนของกฎหมาย

เช่นเดียวกันนี้ “ไนกี้” ได้ยื่นฟ้องร้อง “เบพ” (BAPE) หรือ A Bathing Ape สตรีตแบรนด์ดังสัญชาติญี่ปุ่น (ก่อตั้งโดยดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น โทมาอากิ นากาโอะ (Tomaaki Nagao) หรือรู้จักกันในชื่อ นิโกะ (Nigo) อยู่ภายใต้การดูแลของ I.T. Ltd บริษัทในฮ่องกง)

โดยยื่นฟ้องต่อศาลสหพันธรัฐแมนฮัตตันในนิวยอร์ก ด้วยข้อกล่าวหาว่า “ได้ทำการลอกเลียนแบบสนีกเกอร์ รุ่นไอคอนิกและบางรุ่นของพวกเขาหลายต่อหลายครั้ง อาทิ Air Force 1, Air Jordan และ Dunk เรียกว่า แทบจะถอดแบบออกมาราวกับฝาแฝด” เลยทีเดียว

ด้วยพลวัต “เทคโนโลยีการผลิตร้องเท้ากีฬา” ทำให้แบรนด์ดังระดับโลก จึงต้องการบ่งชี้ว่าเป็น “ลิขสิทธิ์เป็นของตัวเอง” ทั้งด้วยเหตุผลทางการตลาดและธุรกิจ..นั่นจึงทำให้สงครามการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างสิ้นเชิง..!!!? 

Back to top button