หุ้นไทยไม่ไปไหน!

วานนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนอยู่ในกรอบจำกัด ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่มีสตอรี่ และยังไร้ปัจจัยใหม่หนุนเข้ามา


วานนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนอยู่ในกรอบจำกัด ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่มีสตอรี่ และยังไร้ปัจจัยใหม่หนุนเข้ามา ผนวกกับหมดรอบของการแจ้งงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนไปแล้ว ส่วนปัจจัยในต่างประเทศก็ดูเงียบ ๆ พร้อมกับคาดว่านักลงทุนน่าจะรอการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ของไทยในสัปดาห์นี้ก่อน ส่งผลให้ SET Index ปิดที่ระดับ 1,362.59 จุด ลบไป 4.83 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.04 หมื่นล้านบาท จึงไปไหนไม่ได้ซักที!

ถึงกระนั้นก็อยากให้แฟนคลับเข้าใจด้วยว่า…สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงปัจจุบันเท่านั้น แต่อนาคตยังคาดเดาทิศทางไม่ได้จริง ๆ ว่าจะไปทางไหน? แต่ในระหว่างทางมักมีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้นประจำ เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับทำตัวให้ยืดหยุ่นขึ้นกว่าเดิม เพราะจุดเปลี่ยนที่ “โมนิก้า” ประเมินว่า ดัชนีจะขึ้นไปยาว ๆ มันขึ้นอยู่กับการขึ้นไปยืนปักหลักเหนือแนวต้าน 1,400 จุดให้ได้เสียก่อน แต่ระยะสั้นฟันธงว่ายากเพคะ

ว่ากันที่หุ้นสายโรงกลั่นเนื้อหอม TOP วิ่งให้เห็นเป็นระยะ ๆ ในช่วงนี้ ล่าสุดขึ้นมาปิดที่ระดับ 57.25 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 2.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 608 ล้านบาท รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นมาก!! ผนวกกับประเมินว่าไตรมาส 1/67 จะกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง สิ่งสำคัญโมนิก้าเห็นถึงราคาหุ้นที่ทะยานสามารถทะลุเส้น Moving Average ทุกเส้นอย่างสง่า บอกได้คำเดียวว่าสถานีถัดไป 58-59 บาท คงไม่ไกลเกินเอื้อมเพคะ

ส่วนในรายของ MENA ราคาหุ้นมีการรีเซตรอบใหม่ระหว่างวัน แม้ว่าจะปิดที่ระดับ 1.19 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21 ล้านบาท สิ่งที่ยืนยันไม่พ้นทิศทางธุรกิจในปี 67 ว่ายังเติบโตโดดเด่นต่อเนื่องทั้งในส่วนของรายได้และกำไรสุทธิจากธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการรถมิกเซอร์ ส่วนแบ่งกำไรจาก TDM “โมนิก้า” พยายามพูดอยู่เสมอว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์…ของจริงไม่ต้องพูดเยอะเจ็บคอค่ะ!!! อิอิ

เช่นเดียวกับในรายของ TGE ก็เริ่มออกสเต็ปให้เห็นอีกครั้ง หลังจากโรยราเดือนเศษ ๆ “โมนิก้า” ถึงมองว่าการกลับตัวขึ้นเที่ยวนี้น่าสนใจจริง ๆ เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 3.64 บาท บวกไป 0.38 บาท หรือขึ้นไป 11.66% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 229 ล้านบาท มาพร้อมความหวังว่าจะได้งานประมูลโรงไฟฟ้า หลังบริษัทนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า พ่วงรุกตลาดคาร์บอนเครดิตหนุนรายได้ในอนาคต จึงเป็นจังหวะต่อการโหนกระแสหากยังเล่นกันต่อนะจ๊ะ

คล้ายกับกรณีของหุ้น TLI ก็มีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่น จนหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 8.95 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 3.47% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 268 ล้านบาท แบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่นักเก็งกำไรต้องไปคิดต่อกันเองว่า มีดีอะไรซ่อนไว้หรือเปล่า? นอกเหนือจากผลประกอบการและแจกปันผลเป็นที่น่าพอใจ หรือจะเป็นแค่การเข้ามาเก็งกำไรสั้น ๆ แล้วเงียบต่อหรือเปล่าไม่ทราบ แต่สำหรับเดี๊ยนมองว่า ถ้าใครพร้อมที่จะลุย…จังหวะนี้ต้องใส่ไว้ก่อนจ้า ของมันยังถูก!

ปิดท้ายอีกราย KTC ที่เงียบมานาน และเพิ่งจะกลับมาหวือหวา ล่าสุดขึ้นมาปิดที่ระดับ 44 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 264 ล้านบาท “โมนิก้า” มองทิศทางเดียวกับนักวิเคราะห์ว่าเก็งผลดีเก็บค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท เมื่อทำรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Visa และ Master Card ของแต่ละธนาคาร (DCC Fee) ในอัตรา 1% เมื่อจ่ายเป็นเงินไทยที่ร้านค้าจดทะเบียนในต่างประเทศ เริ่ม 1 พ.ค. 67 มันอาจเกิดผลให้ไล่ราคาต่อวันถัดไปได้อีกนะคะ

Back to top button