เมาหมัด!

อาการที่ดัชนีแกว่งตัวไปมาตลอดเวลา ก่อนจะลงเอยด้วยการปิดลบเป็นส่วนใหญ่ แต่บางวันสามารถพลิกกลับขึ้นมาปิดบวกได้อย่างไม่น่าเชื่อ


อาการที่ดัชนีแกว่งตัวไปมาตลอดเวลา ก่อนจะลงเอยด้วยการปิดลบเป็นส่วนใหญ่ แต่บางวันสามารถพลิกกลับขึ้นมาปิดบวกได้อย่างไม่น่าเชื่อ “โมนิก้า” มองเป็นอาการเมาหมัดที่พบเห็นได้เป็นประจำในยามที่ตลาดหุ้นโดนกระแทกด้วยปัจจัยลบหนัก ๆ ส่งผลให้รูปแบบการเคลื่อนตัวยังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ จึงกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้เล่นต้องพึงระวังมากเป็นพิเศษนะคะ

ประกอบกับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 69 ก็ออกมาไม่แจ่มเหมือนที่หลายคนประเมินไว้ ยิ่งกลายเป็นตัวฉุดสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก เพราะกลายเป็นว่า ตลาดหุ้นถูกตีขนาบด้วยเรื่อง “ขายเมื่อความจริงปรากฏ” กับ “ขายเมื่อกำไรไม่เป็นตามที่คาด” สถานการณ์โดยรวมถึงดูไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เล่นต้องเตรียมใจรับสภาพที่เกิดขึ้นให้ได้นะจ๊ะ

ล่าสุดเห็นดัชนีพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,517.26 จุด บวกไป  33.70 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.77หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ เพราะเป็นผลมาจาก DELTA กลับมาแสดงอิทธิฤทธิ์อีกครั้ง แถมครั้งนี้เอาประเด็น MSCI ไม่ได้ลดน้ำหนักหุ้นไทยมาบิ้วอารมณ์ แรงซื้อเลยไหลเข้าหุ้นเทคฯ ตัวนี้เต็ม ๆ และหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปเช่นนี้เรื่อย ๆ ตลาดหุ้นไทยคงสวิงแรง จึงต้องวางแผนการเล่นให้รัดกุมขึ้นเจ้าค่ะ

เหมือนกับในรายของ COM7 ถูกเทขายอย่างหนักหน่วง ทั้งที่งบไตรมาส 1 ออกมาดี จึงตีความได้อย่างเดียวว่า ขายเมื่อความจริงปรากฏ! หุ้นถึงลงมาปิดที่ 23.40 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 1.68% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 834 ล้านบาท “โมนิก้า” พูดได้ทันทีว่า หุ้นมีโอกาสลงไปหาฐานเดิมที่บริเวณ 21.20 บาทสูงมาก จึงต้องจับตาดูกันว่า วันนี้รีบาวด์ได้อะป่าว!

เช่นเดียวกับในรายของ BTG ทันทีที่มีแรงเทขายกระหน่ำออกมาต่อเนื่อง จนหลุดแนวรับแรกที่บริเวณ 22 บาท  สถานการณ์ของหุ้นก็ดูแย่ลงไปอีกในทันที แถมกำไรไตรมาส 1 ก็หดตัวอย่างรุนแรง วานนี้ถึงเห็นหุ้นไหลลงมาปิดที่ 20 บาท ลบไป 0.70 บาท หรือลงไป 3.38% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 114 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่ต้องเผ่นป่าราบเหมือนกัน เพราะสถานการณ์บริษัทดูน่ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ

ส่วนอีกหนึ่งรายที่ดูน่ากลัวเหมือนกัน คงต้องมองไปที่หุ้นเครื่องดื่มชูกำลัง CBG เพราะโดนเทขายตรงแนวต้าน 40 บาทพอดี แถมครั้งก่อนก็ผ่านตรงนี้ไปไม่ได้ และย่อตัวลงมาที่ระดับ 35 บาท “โมนิก้า” ถึงยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ระดับ 40 บาท ลบไป 0.75 บาท หรือลงไป 1.84% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 302 ล้านบาท มันเป็นจังหวะของการรอซื้อหุ้นเมื่อลงมาถึงแนวรับใช่ไหมเอ่ย?

การเคลื่อนตัวดังกล่าวคล้ายคลึงกับกรณีของ KTC พยายามเทคตัวขึ้นยืนในแดนบวก แต่สุดท้ายก็ขึ้นไม่ไหวอยู่ดี แถมราคาหุ้นแกว่งตัวไปมาใต้ 30 บาทเป็นเวลา 2 เดือนครึ่ง (มีบางจังหวะที่หุ้นขึ้นไปแถว 31.50 บาท) “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ระดับ 29.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 377 ล้านบาท เหมาะต่อการซื้อลงทุนเหมือนที่นักวิเคราะห์พูดไหมจ๊ะ

คล้ายคลึงกับกรณีของ THAI พอถึงบทจะเลิกเล่น ก็เลิกกันแบบดื้อ ๆ ยิ่งมาเจอบรรยากาศตลาดหุ้นที่แกว่งตัวแรงด้วยแล้ว ยิ่งทำให้สถานการณ์ของหุ้นดูหงอยลงไปเป็นกอง บวกกับช่วงนี้ไม่มีข่าวดีใหม่ ๆ เข้ามาซัพพอร์ต เลยทำให้หุ้นนอนซึมกะทือที่บริเวณ 6 บาทเป็นเวลา 2 เดือนครึ่งเช่นกันแบบนี้..เดี๊ยนบอกได้แค่ว่า เอาเวลาไปวิเคราะห์หุ้นตัวอื่นดีกว่าพะยะค่ะ

ส่วนหุ้นที่มีอาการหลุดแนวรับ ต่อจากนั้นไหลรูดลงไปลึก “โมนิก้า” คงต้องย้อนกลับมาดู WASH หลังราคาหุ้นไหลลงมาปิดที่ 3.92 บาท ลบไป 0.56 บาท หรือลงไป 12.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 45 ล้านบาท เหมือนเป็นการสะท้อนภาพแรงเทขายยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก หุ้นถึงไม่สามารถผงกหัวขึ้นมาได้เลย วันนี้ถึงต้องลุ้นให้เด้งขึ้นมาปิดบวก ไม่เช่นนั้นจะเจอกับคำว่า all time low นะจ๊ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button