GULF ยังคงเหนียวแน่นในราคาและผลประกอบการระยะสั้น

การจ่ายปันผลเป็นเงินสดหุ้นละ 0.88 บาทต่อหุ้นคิดเป็น 78% ของกำไรสุทธิต่อปี แม้จะน้อยนิดเมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ระดับ 44 บาท ของ GULF


การจ่ายปันผลเป็นเงินสดหุ้นละ 0.88 บาทต่อหุ้นคิดเป็น 78% ของกำไรสุทธิต่อปี แม้จะน้อยนิดเมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ระดับ 44 บาท ของ GULF ที่ราคาบนหน้ากระดานยังคงเหนียวแน่นเพราะความมั่นใจของผู้ถือหุ้นที่ยังคงถือไว้ในฐานะเป็นหุ้นพลังงานที่ทรงพลังจากฐานรายได้อันมั่นคงของธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ LNG ที่ GULF เป็นผู้ผลิตรายใหญ่สุดในตลาดเอกชนอยู่อย่างเหนียวแน่นจนมีรายได้ระดับกว่าหนึ่งแสนล้านบาท

การจ่ายปันผลที่ราคาต่ำมากของ GULF ก็ถือเป็นความใจป้ำเต็มที่แล้ว เพราะว่ากำไรสุทธิจากเงินลงทุนใน INTUCH ยังคงสวยงามตามเคยเพียงแต่การรับรู้เงินส่วนแบ่งจาก INTUCH นั้นจะต้องรอในไตรมาสที่สองของปีเสียก่อน ซึ่งมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 เมษายน 2567 ซึ่งรอกันได้อยู่แล้ว

INTUCH จ่ายปันผลมากถึงหุ้นละ 1.70 บาทในงบการเงินช่วงครึ่งหลังของปี รวมแล้วทั้งปีมีส่วนรายรับจากปันผลถึงหุ้นละ 3.17 บาท จากอัตรากำไรสุทธิที่สูงมากถึง 4.4 หมื่นเปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่มีส่วนแบ่งจากธุรกิจโทรคมนาคมในฐานะบริษัท โฮลดิ้ง คอมพานี

ความใจป้ำของคณะกรรมการบริษัท GULF จะเห็นได้จากมติล่าสุดที่งดการจัดสรรเงินกำไรสุทธิประจำปีเป็นทุนสำรองตามกฎหมาย เนื่องจากบริษัทฯ มีทุนสำรองตามกฎหมายขั้นต่ำครบตามมาตรา 116 ของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม) (“พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด”) และข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 45 ที่กำหนดเอาไว้ครบถ้วนเพียงพอ

การที่ GULF กลายเป็นยักษ์ที่มีอำนาจมาก เกิดจากนโยบายของรัฐบาลประยุทธ์ในการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากปิโตรเลียมมากเกินขนาด จึงเปิดช่องให้บริษัทนี้กลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายหลักของประเทศที่ยากจะเปลี่ยนแปลงได้เพราะตราบใดที่โครงสร้างค่าไฟฟ้ายังคงกำหนดขึ้นโดยคำนวณค่าเอฟที แบบซิงเกิลพูล การจะหันไปใช้พลังงานทดแทนอื่น ๆ ในยามนี้ยากที่จะเป็นไปได้

การที่รายได้หลักของ GULF ยังคงมาจากรายได้จากโรงงานไฟฟ้าจากปิโตรเลียม จึงไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของบริษัทแต่อย่างใด แต่การเปิดช่องให้มีผู้เล่นรายใหญ่เกินขนาดรายเดียวเช่นนี้ ย่อมทำให้ GULF ตกเป็นเป้าหมายการวิพากษ์วิจารณ์ได้ง่าย ถือเป็นความเสี่ยงของอนาคตอย่างเลี่ยงไม่พ้น

แม้ในระยะสั้นนี้บริษัทจะยังคงเป็นธุรกิจขาขึ้นก็ตาม และราคาหุ้นของบริษัทจะยังคงแข็งแกร่งต่อไปตามผลประกอบการที่ยังคงเป็นขาขึ้นต่อไปจากยอดใช้ไฟฟ้าที่เข้าข่ายสร้างแรงกดดันสูงสุดต่อนโยบายค่าไฟฟ้าของรัฐบาลที่บิดเบี้ยว

ราคาของหุ้น GULF จึงถือว่าน่าจะไม่ใช่ราคาที่มีอนาคตยาวไกลมากนัก

Back to top button