ลากมาตบ?

วานนี้เป็นอีกครั้งที่ตลาดหุ้นไทยถูกชี้นำทิศทางจากหุ้น DELTA แบบไม่ต้องหาคำอธิบาย


วานนี้เป็นอีกครั้งที่ตลาดหุ้นไทยถูกชี้นำทิศทางจากหุ้น DELTA แบบไม่ต้องหาคำอธิบาย เพราะทันทีที่หุ้นตัวนี้ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 182 บาท บวกไป 13 บาท หรือขึ้นไป 7.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.16 พันล้านบาท ก็มีส่วนดันดัชนีพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,269.68 จุด บวกไป 17.49 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.10 หมื่นล้านบาทแบบนี้ “โมนิก้า” กลัวเหลือเกินว่า อาจเป็นการลากมาตบเหมือนก่อนหน้านี้พะยะค่ะ

เนื่องจากหุ้นหลายตัวที่ทะยานขึ้นมาในรอบนี้ ยังมีลักษณะการขยับตัวในกรอบเดิม ๆ “โมนิก้า” จึงไม่อยากคาดหวังอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะเที่ยวก่อนก็เห็นกันทนโท่ว่า ราคาระดับนี้ลงทุนได้สบาย ๆ แต่สุดท้ายก็โดนทุบร่วงกลับมาที่ฐานเดิม ซึ่งทำให้นักลงทุนบางกลุ่มต้องตัดใจขายหุ้นทิ้ง เพราะกังวลว่า ราคาหุ้นอาจปรับตัวลงไปลึกกว่าเดิม ซึ่งเป็นเรื่องที่วนลูปมาแล้ว 1 เดือนเต็ม ๆ เจ้าค่ะ

เหมือนกับการแกว่งตัวขึ้น ๆ ลง ๆ ของหุ้น PTTGC ก็มีประเด็นที่ต้องคิดเหมือนกันว่า เป็นเวลา 2 เดือนเต็ม ๆ ที่หุ้นตัวนี้ไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือ 21 บาทได้สักที อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 20.60 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือขึ้นไป 4.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 651 ล้านบาท ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากเที่ยวก่อนสักเท่าไหร่? และถ้าผ่านขึ้นไปได้จริง ๆ ก็เดาทางไม่ออกเหมือนกันว่า จะขึ้นไปถึงตรงไหนจ๊ะ

ประเด็นดังกล่าวคล้ายกับสถานการณ์ของหุ้นปูนใหญ่ SCC ก็พยายามเทคตัวฝ่าแนวต้าน 190 บาทเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ๆ แต่ยังผ่านไปไม่ได้สักที “โมนิก้า” เลยไม่มั่นใจว่า เที่ยวนี้ขึ้นมาปิดที่ระดับ 186.50 บาท บวกไป 4 บาท หรือขึ้นไป 2.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 555 ล้านบาทจะแตกต่างจากรอบก่อนไหม? เพราะอย่าลืมว่า นักลงทุนสถาบันไม่ได้เพิ่มน้ำหนักหุ้นตัวนี้เหมือนก่อนนะจะบอกให้

เช่นเดียวกับในรายของ HMPRO ที่ถูกรินขายอย่างหนักหน่วงก่อนหน้านี้ ทั้งที่ผลงานในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้แย่จนเกินเยียวยานั้น กลายเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่อีฉันตั้งคำถามกับตัวเองเป็นประจำว่า หุ้นที่เทรดบน PE 13 เท่า และมีเงินปันผลที่ระดับ 6% น่ากลัวจริงเหรอ? และคำตอบที่ได้ก็คือ อีฉันไม่กลัว..แต่นักเล่นกลัว หุ้นเลยไม่ผ่าน 6.50 บาท และทำให้การยืนปิดที่ระดับ 6.45 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 2.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 294 ล้านบาท ต้องลุ้นกันต่อจ้า!

ส่วนรายที่มีลุ้นมากกว่าเมื่อก่อนอย่าง AWC กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับขาลุย เพราะของมันแบเบอร์มาตั้งแต่ต้นว่า ไตรมาส 4 โกยกำไรอย่างแน่นอน “โมนิก้า” จึงมองการขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.18 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 3.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 214 ล้านบาท น่าตามไปดูอย่างใกล้ชิด หลังหุ้นหลุดพ้นจากกรอบเดิมขึ้นมาได้ และมีวอลุ่มซื้อเข้ามาเนือง ๆ ไงล่ะตัวเอง

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น CCET ขึ้นมาทันที เพราะรายนี้กระโดดขึ้นมาปิดที่ระดับ 4.72 บาท บวกไป 0.22 บาท หรือขึ้นไป 4.90 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 208 ล้านบาทแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย และถ้าย้อนกลับไปดูโมเมนตัมของหุ้นก่อนหน้านี้จะเห็นว่า โดนเทเป็นประจำ! ผนวกกับผลงานในช่วงหลังก็ไม่เข้าเป้าตามที่คาดหวัง จึงอยากให้แฟนคลับไปประเมินกันเอาเองว่า เที่ยวนี้จะผ่าน 5 บาทไหม?

ตบท้ายกันที่อดีตหุ้นดาวรุ่งพุ่งแรง แต่ตอนนี้กลายเป็นแค่ดาวประดับอย่าง ALPHAX กันสักหน่อย เพราะการพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 0.43 บาท บวกไป 0.07 บาท หรือขึ้นไป 19.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 15 ล้านบาท อาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับขาลุย แต่เมื่อดูวอลุ่มเทรดที่ยังเบาบาง ก็อาจเดาได้ทันทีว่า นี่เป็นการเช็กเสียงเพื่อดูกระแสตอบรับมีมากขนาดไหน? จึงมีโอกาสเลิกเล่นได้ทุกเมื่อนะออเจ้า!

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button