
หุ้นไซส์กลางรอวิ่ง!
ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้มีบางช่วงที่ลงไปสู่แดนลบเล็กน้อย แต่เมื่อปิดตลาด ยังสามรถยืนในแดนบวกได้ต่ออีกเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน
ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้มีบางช่วงที่ลงไปสู่แดนลบเล็กน้อย
แต่เมื่อปิดตลาด ยังสามรถยืนในแดนบวกได้ต่ออีกเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงของ Election Rally อย่างร้อนแรง ดัชนีผ่านแนวต้านสำคัญ 1,400 จุด ขึ้นมาได้เป็นวันที่ 3 แล้ว
ดัชนีฯ วานนี้บวกไม่มากนัก เพียง 1.26 จุด มาปิดที่ 1,411.70 จุด
ส่วนมูลค่าการซื้อขายกว่า 59,975 ล้านบาท
ที่สำคัญ นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน
โดยในช่วง 7 วันดังกล่าวต่างชาติได้เข้าซื้อหุ้นไทยรวมแล้วกว่า 33,224 ล้านบาท และหากนับจากต้นปี 69 ต่างชาติซิ้อหุ้นไทยรวมราว ๆ 37,285 ล้านบาท
หรือสรุปเข้าใจง่าย ๆ ยอดที่ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยนั้น
หลัก ๆ จะอยู่ใน 7 วันทำการที่ผ่านมานี่แหละ
แรงซื้อของต่างชาติที่บางวันที่นักลงทุนสถาบันเข้ามาช่วย “ซื้อ” ด้วยนั้น (แต่วานนี้กองทุนถล่มขาย 2,922 ล้านบาท) ทำให้ดัชนีเปิดแก็ป และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 วัน ได้
ทำให้สะท้อนถึงโมเมนตัมตลาดหุ้นไทยเริ่มเข้าสู่ “ภาวะกระทิง”
ส่วนที่มองกันว่า ในทางเทคนิคเหมือนดัชนีที่วิ่งขึ้นมาเข้าสู่เขต Overbought หรือเข้าเขตซื้อมากเกินไป
แต่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคได้มองว่า “ยังไม่ใช่สัญญาณขาย” และมีการมองกันว่าดัชนีหุ้นไทยจะมีแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 1,450 จุด
ประเด็นสำคัญคือ เราเริ่มเห็นการเทขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมา เพื่อทำกำไร เช่น ADVANC KBANK BBL AOT SCB ส่วนกลุ่มน้ำมัน เช่น PTTEP PTT ที่พาดัชนีฯ ขึ้นมานั้น แม้ราคาหุ้นไม่ได้วิ่งขึ้นต่อ แต่ก็ไม่ได้ย่อลง สะท้อนว่า ต่างชาติที่เข้ามาไล่เก็บ ยังถือหุ้นกลุ่มพลังงานไว้ในมือ และเลือกที่จะขายทำกำไรคล้ายกับ “เล่นรอบ” ในหุ้นกลุ่มแบงก์แทน
ส่วนดัชนีที่บวกเพียงเล็กน้อย ปัจจัยไม่ได้มาจากเรื่องของการเมืองทั้งเรื่อง การประท้วงนับคะแนนใหม่ หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะภาพรวม นักลงทุนต่างยังเชื่อมั่นว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเดินหน้าต่อไปได้
ทว่าต้องดูเรื่องของ “ระยะเวลา” เข้ามาประกอบด้วยว่ายังอยู่ใน “กรอบเวลา” หรือไม่
หากการจัดตั้งรัฐบาลยังอยู่ในกรอบเวลา เราอาจะเห็นดัชนีค่อยวิ่งขึ้นมาอีกรอบ
เพียงแต่ว่าในช่วงสั้นดอาจเห็นการย่อตัวลงมาบ้าง แนวรับ 1,400 จุด ส่วนทางเทคนิคคือ 1,390-1385 จุด ดังนั้น หากเห็นดัชนีฯ ย่อลงมาต่ำกว่า 1,400 จุด อย่าไปตกใจ
เพราะนั่นคือช่วงเวลาเข้าซื้อ
พร้อมกับมีคำแนะนำให้เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปันผลสูง (สม่ำเสมอ) เช่น SCB BBL KBANK KTB PTT PTTEP รวมถึงกลุ่มหุ้นที่นักวิเคราะห์ได้ประมาณการกำไรสุทธิว่ายังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมองว่ากระแสฟันด์โฟลว์ จะยังเข้าหุ้นไทยได้ต่อเนื่อง (ภายใต้ปัจจัยภายนอกและในยังหนุน)
บวกกับบรรดา “กองทุน” ได้ถือ “เงินสด” กันอยู่ค่อนข้างมาก
หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ กองทุนมีกระสุนอยู่ในมืออีกเพียบ รวมกับแรงซื้อหุ้นคืน Covered short ที่ใครทำชอร์ตเซลไว้ ต้องรีบกลับมาซื้อคืน เพราะหากยิ่งช้า จะยิ่งขาดทุน
เช่นเดียวกับหุ้นขนาดกลางที่ตอนนี้เริ่มเห็นการเดินเข้า “จุดสตาร์ท” กันแล้ว
กราฟเริ่มผงกหัวขึ้น
สะท้อนว่า หากตลาดหุ้นย่อลง เริ่ม “ปรับฐาน” จากหุ้นใหญ่ถูกขายทำกำไร เราจะเห็นการเข้าไปเก็บหุ้นไซส์กลาง พื้นฐานแน่น ราคาขึ้นช้ากว่าตลาด เข้ามาอยู่ในพอร์ตมากขึ้น