
จับตา MSCI ลดน้ำหนัก DELTA
หุ้น DELTA หรือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กำลังเผชิญแรงกดดันสำคัญจากความเสี่ยงที่ดัชนี MSCI อาจ “ลดน้ำหนักการลงทุน”
หุ้น DELTA หรือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กำลังเผชิญแรงกดดันสำคัญจากความเสี่ยงที่ดัชนี MSCI อาจ “ลดน้ำหนักการลงทุน” ตลาดหุ้นไทยและหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ 5-6 หุ้น ที่จะประกาศในวันที่ 13 พ.ค.นี้
และแน่นอนว่า DELTA ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับผลกระทบสูงสุด
การปรับลดน้ำหนักของ MSCI เพราะเขาจะมีการปรับวิธีคำนวณ Free Float Adjustment Factor ใหม่ครับ
และนั่นทำให้ตลาดหุ้นไทยอาจถูกลดน้ำหนักในดัชนี Emerging Markets ราว ๆ 1-1.5%
นักวิเคราะห์หลายสำนักโบรกเกอร์คาดว่า “ฟันด์โฟลว์” ต่างชาติอาจไหลออกจากหุ้นไทยราว 40-60 ล้านดอลลาร์ หรือคดิเป็นเงินบาทไทยประมาณ 1,300-2,000 ล้านบาท
อย่างที่นักลงทุนต่างทราบกันครับว่า เดลต้าฯ เป็นหุ้นที่มี “มาร์เก็ตแคป” สูงเป็นอันดับ 1 ของกระดานหุ้นไทย ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดล่าสุดกว่า 3.85 ล้านล้านบาท ทำให้มีผลต่อดัชนีหุ้นไทยสูงมากครับ เพราะราคาหุ้นที่ขึ้น-ลงทุก ๆ 1 บาท จะมีผลต่อดัชนีมากถึง 1 จุด
เดลต้าฯ จึงถูกจับตาเป็นพิเศษ
เพราะหาก MSCI ลดน้ำหนัก จะส่งผลมายังการตัดสินใจของกองทุนประเภท Passive Fund ที่ลงทุนอิงดัชนีจำเป็นต้องขายหุ้นออกตามสัดส่วนใหม่
นักวิเคราะห์ มีการประเมินอีกครับว่า เม็ดเงินขายจากหุ้นกลุ่มเสี่ยง MSCI กว่าครึ่งหนึ่งอาจกระจุกตัวที่เดลต้าฯ
นับตั้งแต่ที่เริ่มมีข่าว MSCI เตรียมทบทวนหุ้นไทย เราจึงเห็นหุ้นราคาหุ้นเดลต้าฯ ผันผวนรุนแรง และกลายเป็นตัวกดดันดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ
มีคำถามว่า เมื่อเดลต้าฯ ถูกลดน้ำหนักจริง ผลกระทบระยะสั้นจะเกิดอะไรบ้าง
คำตอบของคำถามนี้ เริ่มจาก “แรงขายทางเทคนิค” จากกองทุนต่างชาติที่อิง MSCI ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นฐานบริษัทโดยตรง
ด้านสองคือ “เซนติเมนต์เชิงลบ” ต่อตลาดหุ้นไทย เพราะเดลต้าฯ มีน้ำหนักต่อดัชนีสูงมาก
สุดท้าย คือ “ความผันผวนของราคา” เนื่องจากมีนักลงทุนสถาบันรวมถึงนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากถือหุ้นตัวนี้
แต่ต้องย้ำกันอีกครั้งนะครับว่า เราต้องแยก “ผลกระทบจากดัชนี” ออกจาก “พื้นฐานธุรกิจ” เพราะพื้นฐานของเดลต้าฯ ยังแข็งแรงจากธุรกิจ Power Supply, Data Center, EV และ AI Infrastructure ที่ยังเติบโตทั่วโลก
ผลประกอบการไตรมาส 1/69 ของเดลต้าฯ ยังออกมาดีกว่าคาด และกำไรยังเติบโต
ดังนั้น MSCI ที่ปรับลดน้ำหนักไม่ได้หมายความว่าธุรกิจแย่ลง แต่เป็นแรงกระทบด้านสภาพคล่องและโครงสร้างเงินทุนระยะสั้นมากกว่า
จุดที่นักลงทุนต้องระวังคือ เดลต้าฯ มีค่า P/E สูงมาก (ประมาณ 134 เท่า จากราคาปิดวานนี้ที่ 305.00 บาท) เมื่อเทียบตลาด ทำให้เมื่อมีแรงขายจากต่างชาติ ราคาสามารถแกว่งแรงกว่าหุ้นทั่วไป
ทว่า ในอีกมุมหนึ่ง นักลงทุนบางส่วนจะมองว่า “ตลาดรับข่าวลบไปมากแล้ว”
หาก MSCI ประกาศจริงแต่เม็ดเงินไหลอาจจะออกมาต่ำกว่าคาด หุ้นอาจเกิดปรับขึ้นทางเทคนิค หรือ Technical Rebound ได้
อีกปัจจัยสำคัญคือ หาก DELTA ยังรักษาการเติบโตจากกระแส AI Server และ Data Center ได้ต่อเนื่อง นักลงทุนสถาบันระยะยาวอาจกลับเข้าซื้อ รวมถึงหุ้น เอ็นวิเดีย (Nvidia) จะประกาศงบไตรมาสแรกวันที่ 20 พ.ค.นี้ และหากงบฯ ออกมาดี จะส่งผลบวกมายังหุ้นเดลต้าฯ เช่นกัน
สรุปแล้ว MSCI Rebalance รอบนี้เป็น “แรงกดดันเชิงโครงสร้างระยะสั้น” มากกว่า “พื้นฐานธุรกิจ”
กลยุทธ์ที่เหมาะที่นักวิเคราะห์แนะนำ คือ
นักลงทุนเก็งกำไรควรระวังแรงเหวี่ยงช่วงประกาศจาก MSCI ส่วนนักลงทุนระยะยาวควรรอจังหวะราคานิ่งและดูฟันด์โฟลว์หลัง Rebalance
และนักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำควรรอความชัดเจนก่อนเข้าลงทุน